สีทาภายในที่ใช้ตกแต่งบ้านเรือน ร้านค้า หรือสถานที่ต่าง ๆ ล้วนส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้พบเห็นกันทั้งนั้น แต่การจะเลือกสีให้เหมาะสมกับห้องและอารมณ์ที่เราต้องการสื่อนั้นเป็นเรื่องยาก วันนี้เลยขอยก 8 สีทั้งความหมายและส่งผลยังไงต่อความรู้สึกมาอธิบายกัน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเลือกสีโทนไหนไปใช้ในการตกแต่งห้อง

มาเริ่มดูความหมายและอารมณ์ของแต่ละสีกันเลยดีกว่า

1.สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน (Blue)

สีฟ้าหรือสีน้ำเงินถือว่าเป็นสีที่สือถึงท้องฟ้าและผืนน้ำ ให้ความรู้สึกที่สบาย เงียบสงบ และช่วยในเรื่องของการกระตุ้นความคิด ผลิตไอเดียต่าง ๆ ส่วนในด้านร่างกายช่วยลดความดันโลหิต และทำให้หายใจสะดวก และมั่นคงยิ่งขึ้น หรือจะเรียกว่าเป็นสีที่เห็นแล้วรู้สึกปลอดโปร่ง

เรามักจะพบการใช้สีฟ้าหรือสีน้ำเงินภายในห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่ที่ใช้สำหรับนั่งทำงานหรือออฟฟิตนั่นเอง

2.สีชมพู (Pink)

สีชมพูเป็นสีที่สื่อถึงความหวานแหวว อ่อนหวาน อีกทั้งสีนี้ยังส่งผลต่อกล้ามเนื้อและการมองเห็นด้วย ยิ่งสีชมพูนู้ดอมแดง เมื่อเรามองหรือสัมผัสกับสีเหล่านี้นาน ๆ จะทำให้เรารู้สึกสงบ และยังช่วยบรรเทาความรู้สึกโกรธ ก้าวร้าว ดังนั้นเรามักจะใช้สีชมพูในการตกแต่งห้องนั่งเล่น ห้องนอน และเรามักใช้สีชมพูอ่อนในการตกแต่งห้องของเด็ก ๆ เพราะมันจะส่งเสริมความรู้สึกในด้านความรัก ความสนุกสนาน ให้กับเด็ก ๆ

3.สีเขียว (Green)

สีเขียวเป็นสีธรรมชาติ มีส่งผลต่อร่างกายและจิตใจในทางที่ดี ช่วยให้เกิดความผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้รู้สึกสงบร่มเย็น และยังเป็นสีที่ช่วยผ่อนคลายดวงตาได้ดีที่สุด สีนี้สามารถนำมาตกแต่งได้เกือบทุกห้อง ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะห้องนอนที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และนอนหลับได้ดีเยี่ยม

แต่สีเขียวนั้นมีหลากหลายเฉด และให้ความรู้สึกที่ต่างกัน อย่างสีเขียวพาสเทลทำให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย สีเขียวสว่างอมเหลืองทำให้รู้สึกมีพลัง

4. สีเหลือง (Yellow)

สีเหลืองเป็นสีที่สื่อถึงความสดใส ความสุข ความรู้สึกอบอุ่น ความเป็นมิตร และยังช่วยในเรื่องการสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ด้วย แต่ถ้าเราใช้สีนี้มากเกินไปอาจส่งผลในทางตรงข้าม อย่างความไม่พอใจ หรือ โกรธ ฉะนั้นการเลือกใช้สีเหลืองควรใช้ในบริเวณพื้นที่เล็ก ๆ เท่านั้น โดยมักใช้สีเหลืองในห้องนั่งเล่น ห้องครัว แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในห้องนอน หรือห้องอ่านหนังสือที่ต้องใช้สมาธิ

5.สีม่วง (Purple)

สีม่วงเป็นสีที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกสูงมาก โดยจะแบ่งเป็น 2 เฉดสีที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน

สีม่วงเข้ม จะให้ความรู้สึกและบรรยากาศที่หรูหรา อลังการ โรแมนติค และเหมาะอย่างยิ่งในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์

สีม่วงอ่อน ในแบบดอกลาเวนเดอร์จะช่วยให้รู้สึกจิตใจผ่อนคลาย ไร้ความกังวล ฉะนั้นสีนี้จึงเหมาะสำหรับห้องนอนหรือมุมสำหรับพักผ่อนยามว่าง

6.สีส้ม (Orange)

สีส้มเป็นสีที่แสดงถึงความกระตือรือร้น สื่อถึงความร่าเริงสดใส และยังเป็นสีที่สามารถดึงพลังงาน ความรู้สึกภายในตัวออกมาได้ ทำให้เกิดความกระปรี้กระเปร่า ฉะนั้นจึงเหมาะในการตกแต่งห้องออกกำลังกาย หรือพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด อีกทั้ังสีส้มยังกระตุ้นความอยากอาหาร จึงสามารถนำไปใช้ภายในห้องครัว หรือห้องกินข้าวได้เช่นกัน

7.สีแดง (Red)

สีแดงเป็นแม่สีจึงมีความโดดเด่น และร้อนแรงภายในตัว ส่งผลทำให้ห้องหรือผู้อาศัยมีพลังงานภายในตัวเพิ่มขึ้น ดูคึกคัก อีกทั้งยังกระตุ้นความกระตือรือร้นและไฟในการทำงาน ให้มุ่งมั่นและมีแรงเต็มที่ในการทำงาน ดังนั้นการนำสีแดงไปไว้มุมไหนของออฟฟิศจะช่วยกระตุ้นพลังงานดี ๆ ในร่างกายให้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้สีแดงยังกระตุ้นความอยากอาหารอีกด้วย การนำไปสีไปตกแต่งห้องทานอาหาร จะช่วยให้ทานอาหารอร่อยและมีความสุขยิ่งขึ้น จะสังเกตได้จากหลายร้าน Fast food ที่นำสีแดงมาตกแต่งภายในร้าน

8.สีขาว (White)

สีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธ์และเป็นสีที่ได้รับความนิยมที่สุดในการนำมาตกแต่งภายในบ้าน เพราะสามารถเข้าได้กับเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ได้ง่าย และยังให้ความรู้สึกแบบสะอาด ผ่อนคลาย อีกทั้งหากทาบนผนังจะช่วยให้ห้องนั้นดูกว้างขึ้น หรือทาบนเพดาน ห้องนั้นก็ดูสูงขึ้น

จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าแต่ละสีแสดงอารมณ์ที่แตกต่าง ๆกันไป ฉะนั้นการเลือกสีมาตกแต่งภายในจึงต้องเลือกให้ดีและเหมาะสมกับอารมณ์ของห้องด้วย

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: