สไตล์ที่แตกต่างกันของเฟอร์นิเจอร์ (Different Furniture Styles)

เฟอร์นิเจอร์ในปัจจุบันได้รับการพัฒนามากจากยุคเก่าที่เป็นแบบดั้งเดิมเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและถูกปรับเข้าให้ร่วมกับสมัยใหม่ ในบทความนี้จะอธิบายความแตกต่างของสไตล์แต่ละสไตล์ของเฟอร์นิเจอร์ในสมัยใหม่ๆว่ามันมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรเพื่อที่คุณจะสามารถนำไปตกแต่งภายในบ้านของคุณให้สวยงามและมีรสนิยม

Antique Style : สไตล์ที่เป็นเหมือนการหลงยุคแต่จริงๆแล้วคือการนำสไตล์โบราณกลับมาตกแต่งในบ้านสมัยปัจจุบัน มันมีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เป็นอย่างมากส่วนใหญ่เฟอร์นิเจอร์โบราณเหล่านี้มักทำขึ้นจากไม้และมีลายละเอียดที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละประเภทของไม้ มันสามารถตกแต่งให้ดูมีความหรูหราได้หรือเรียบง่ายก็ได้ตามความต้องการ

American Colonial : คำว่า Colonial หมายถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม คุณจะได้เห็นการผสมผสานจากสไตล์ Jacobean , Pennsylvania Dutch , William and marry , Queen Anne และ Chippendale ซึ่งสไตล์เฟอร์นิเจอร์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้นั้นเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมในสมัยโบราณ ช่วงยุคล่าอาณานิคมของอังกฤษ ปี คศ.1600 -1830 สไตล์นี้ไม่มีลักษณะตายตัวแต่จะใช้เสน่ห์และความสวยงามในแต่ละแบบแต่ละสไตล์มารวมกัน มีกลิ่นของความคลาสิค ความดิบของไม้และลวดลายโค้งเว้าที่สวยงามเป็นต้น

Traditional style : เป็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์ยุโรปที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากยุควิคตอเรียน มีความสวยงาม ประณีตและดูเป็นทางการจากสีเข้มของไม้ที่ใช้ มีส่วนประกอบที่ทำจากผ้า Luxe มองโดยรวมมักมีลายละเอียดที่ซับซ้อน มีการใช้ มะฮอกกานี ใบเมเปิ้ลและใบเชอรี่เป็นลายส่วนใหญ่ สไตล์นี้ได้รับอิทธิพลมากจากช่วงปลายศตวรรษที่ 19 – ต้นศตวรรษที่ 20 มีความสง่างามและดูหรูหรา เน้นความเป็นเส้นโค้งและงานฝีมือเป็นจุดเด่น

Vintage Style : สไตล์นี้มีอายุน้อยกว่า Antique style ช่วงระหว่าง 50 – 100 ที่ผ่านมาเน้นความคลาสิค ความธรรมชาติของไม้ หรือสีสันไม่ดูฉูดฉาด สีพาสเทลธรรมชาติ ลายไม้เก่าๆ

Rustic Style : เฟอร์นิเจอร์แบบเรียบง่ายเน้นสร้างความอบอุ่นภายในบ้าน ทำจากไม้เป็นส่วนใหญ่หรือใช้วัสดุจากธรรมชาติที่หาได้ เช่น ฝ้าย ผ้าลินิน เน้นการทำ DIY. จะมีความสวยงามแบบน่ารักๆ มีเรื่องราวความเก่าของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นๆ

American Design style : เฟอร์นิเจอร์สไตล์อเมริกันมักทำจากไม้เนื้อแข็ง ใช้โลหะหรือหินเข้าไปเป็นส่วนประกอบด้วยเน้นความใหญ่ อลังการ แข็งแรง

Image : afw.com

Retro Style : เฟอร์นิเจอร์สไตล์นี้มักมีความโดดเด่นกว่าสไตล์อื่นๆ เป็นแนวสไตล์ย้อนยุคเหมือนกัน แต่ถูกปรับให้เข้ากับแฟชั่นในสมัยนั้น หรือเรียกอีกอย่างว่าสไตล์ Kitschy เน้นความป๊อป และสีสันที่โดดเด่น สีพาสเทล และเฟอร์นิเจอร์จะมีรูปทรงที่แปลกตาดูสวยงาม

Modern style : เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย ส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนต่างๆดูทันสมัย การใช้สีจากชิ้นส่วนต่างๆเป็นสีโทนเดียวกัน เน้นความเรียบๆ ความลงตัว สวยงามดูดีมีสไตล์

Image : bosidolot.com

Minimalism Style : เป็นสไตล์ที่เน้นความเรียบง่ายเป็นการผสมผสานลักษณะของสไตล์สแกนดิเนเวียร่วมกับสไตล์โมเดิร์น ใช้รูปทรงกลมของเรียบๆ ใช้คติที่ว่า น้อยแต่มาก ไม่ต้องมีส่วนประกอบเยอะแต่เน้นความเรียบ ความธรรมชาติของชิ้นส่วนต่างๆ

Relaxed Modern Style : เป็นเหมือนกับสไตล์โมเดิร์น ผสมความสวยงามเรียบง่ายของสไตล์มินิมอล เน้นการใช้งานตัวเฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก เน้นการผ่อนคลาย

Image : perfectfurniture.club

Contemporary style : เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย มีความลื่นไหลยืดยหยุ่นตามยุคสมัย ใช้งานในชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันจะเน้นการใช้เส้นโค้งที่สะอาดเรียบง่าย

Image : 1stdibs.com

Shabby Chic style : กำเนิดจากยุค 1980 ในอังกฤษ มีความเก๋ไก๋ ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์โบราณ มักใช้สีขาวเป็นสีกลางผสมกับสไตล์ชนบทเพื่อสร้างกลิ่นอายความวินเทจ

Casual Luxe : การตกแต่งแบบเรียบง่ายผสมสไตล์ชนบทปรับให้ทันสมัย ถ่ายทอดความรู้สึกหรูหรา สบายๆและเข้าถึงได้ง่าย โทนสีนุ่มๆ เน้นการตกแต่งลวดลายที่พื้นผิวและลายหนัง

Urban Collective Style : เป็นสไตล์ที่มีความสดใสน่าอยู่ เน้นการใช้สีสดๆ สีสว่าง ของใหม่ๆ ดูทันสมัย ใช้วัสดุมีทั้งไม้และโลหะที่มีความเงางาม

ทุกสไตล์ล้วนมีเสน่ห์ของตัวมันเอง อยู่ที่คุณว่าจะต้องการนำสไตล์ใดมาตกแต่งกับบ้านของคุณ แต่ที่สำคัญคือคุณต้องคำนึงถึงความสวยงามที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างส่วนประกอบต่างๆ และการใช้งานได้จริงของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้น

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.