Modern Art ศิลปะสมัยใหม่ อิสระแห่งการสร้างสรรค์

ศิลปะสมัยใหม่ เริ่มขึ้นตอนปลายศตวรรษที่ 18 ในประเทศฝรั่งเศส โดยเริ่มต้นเมื่อมีความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามา ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางศิลปะทั้งรูปแบบและจุดประสงค์ จากเดิมที่ยึดหลักวิชาการหรือเป็นกฏเกณฑ์ที่มีความดั้งเดิม(กรีก/โรมัน) เริ่มเปลี่ยนมาใช้ความรู้สึกนึกคิดและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนอย่างอิสระ และแยกศิลปะออกจากศาสนาโดยสิ้นเชิง เพราะเหตุนี้ทำให้มีเสรีภาพในการสร้างสรรค์และเกิดรูปแบบใหม่ ๆ ออกมา

ศิลปะสมัยใหม่ จะมีลักษณะสำคัญคือการแสดงทัศนคติที่ดีต่อทั้งอดีตและอนาคต ศิลปินมีความคิดเห็นอิสระ มีความเคารพต่อศิลปะยุคอดีต และก็เปิดรับคุณค่าของศิลปะแบบใหม่อย่างเท่าเทียม และศิลปะนี้จะมีความเฉพาะตัว มุ่งเน้นความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีการนำเสนองานออกมาแตกต่างกัน บางกลุ่มสะท้อนให้เห็นสภาพสังคม สภาวะจิตใจ หรือความประทับใจ ซึ่งจะมีการนำเอาวัสดุอุปกรณ์แบบใหม่ ๆ ออกมาสร้างสรรค์

Impressionism / Post-Impressionism

เราต้องรู้ก่อนว่ามันถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งได้แก่ Impressionism หรือ ลัทธิประทับใจ (เกิดขึ้นระหว่างค.ศ. 1860 และ 1900 ) และ Post-Impressionism หรือ ลัทธิประทับใจยุคหลัง(เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1910) โดยทั้งคู่จะเกิดต่อเนื่องกัน

Impressionism หรือ ลัทธิประทับใจ

จิตรกรที่ภาพวาดแบบ อิมเพรสชันนิซึม มักถูกมองว่าเป็นพวกขบถ เนื่องจากพวกเขามักวาดภาพของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดูประหลาดและแตกต่างจากการวาดในอดีต

กล่าวคือพวกเขาจะวาดภาพกลางแจ้ง และมีการลอกเลียนแสงในมุมมองต่าง ๆ ของสิ่งข้างหน้า เช่น แสงที่สะท้อนบนพื้นผิววัสดุต่าง ๆ ไม่สนใจต่อการแสดงรูปทรงที่โดดเด่น

ส่วนลักษณะการวาดภาพแนวนี้ คือการใช้พู่กันตระหวัดสีอย่างเข้ม ๆ ใช้สีโทนสว่าง มักระบายด้วยรอยแปรงหยาบ ๆ ทับซ้อนกันหลายครั้ง ทำให้ได้พื้นผิวที่ไม่เรียบและจะหนาขึ้นมา อีกทั้งลักษณะเส้นจะเป็นเส้นสั้น ๆ ของสี ไม่มีการผสมหรือแยกสีใดสีหนึ่ง ซึ่งจะได้ภาพที่ที่ดูธรรมชาติและมีชีวิตชีวา

จากภาพตัวอย่างเราก็จะสังเกตได้แล้วว่า ส่วนประกอบของภาพจะไม่มีอะไรเด่นออกมามากนัก จะดูเป็นเนื้อเดียวกัน ดูแล้วรื่นตา

นอกจากนี้ยังมีผลงาน ประติมากรรมชื่อ นักคิด The Thinker โดย โรแดง Auguste Rodin เป็นงานประติมากรรมที่แสดงพื้นผิวที่ขรุขระแสดงถึงอารมณ์เก็บกดและทรมานภายในใจ และถูกสร้างในช่วงเวลานั้นด้วย

ศิลปินที่สำคัญของกลุ่มอิมเพรสชันนิสม์ ได้แก่ โคลด โมเนต์ (Claude Monet) ซิสเลย์ (Alfred Sisley) เดอกาส์ (Edgar Degas) ปิซาโร (Camille Pissarro) เรอนัว (Pierre-Auguste Renoir) มาเนต์ (Edouard Manet)

Post – Impressionism หรือ ศิลปะลัทธิประทับใจยุคหลัง

ลัทธินี้เกิดขึ้นหลังจาก ศิลปะอิมเพรสชันนิซึม เนื่องจากจิตรกรกลุ่มหนึ่งปฏิเสธแนวคิดของศิลปะอิมเพรสชันนิซึม โดยให้เหตุผลว่าต้องให้ความสำคัญกับลักษณะเชิงสัญลักษณ์ เรขาคณิต รูปทรงมากกว่า แต่ในบางภาพก็ยังคงแนวคิดของลัทธิเดิม

ส่วนลักษณะการวาดภาพแนวนี้ จะเลือกใช้สีจัด เขียนสีหนา ฝีแปรงที่เด่นชัดและวาดภาพจากของจริง และมักจะเน้นรูปทรงเชิงเรขาคณิต อีกทั้งยังมีการเขียนโดยใช้วิธีผสานจุดสี (pointillism) ซึ่งเป็นการเขียนที่ใช้จุดสีเล็ก ๆ ในการสร้างภาพเขียน และลดจำนวนสิ่งของที่ไม่จำเป็นออก เหลือเพียงรูปทรงแกนสำคัญ (ตัวอย่างภาพข้างบน)

นอกจากนี้พวกเขาจะเลือกใช้การวาดภาพที่แตกต่างกับแนวอิมเพรสชันนิสม์ด้วยลักษณะเส้น ลวดลายที่ไม่เป็นธรรมชาติ แต่การจะแสดงออกมายังไงขึ้นกับรูปแบบของจิตรกรนั้น

โพสอิมเพรสชันนิซึม เป็นการวาดภาพออกมาโดยจะกระตุ้นอารมณ์ผ่านความรู้สึกลึก ๆ ภายใน แสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านการใช้สี แสง และเงา โดยอาจสร้างรูปทรงใหม่ขึ้นด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปลักษณ์เดิมตามธรรมชาติ แต่ทุกภาพจะบอกได้ว่าเป็นภาพอะไร อยู่ที่ไหน กระตุ้นให้ผู้ชมรู้สึกตามที่ศิลปะได้สื่อออกมา

หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นภาพวาดที่สื่อสารข้อความจากจิตใต้สำนึกของศิลปินออกมา

ศิลปินที่สำคัญของกลุ่มโพสอิมเพรสชันนิสม์ ได้แก่ ปาโบ ปีกัสโซ, เอ็ดเวิร์ด มุงค์, อ็องรี เดอ ตูลูซ-โลแทร็ก, อ็องรี รูโซ และวินเซนต์ แวนโก๊ะ

หลังจากเกิดศิลปะสมัยใหม่ ก็เหมือนกับการจุดประกายความอิสระในการแสดงออกของศิลปินต่าง ๆ เพราะเหตุนี้จึงเกิดยุคต่อไปเรื่อย ๆ ในการสร้างสรรค์ศิลปะออกมาเพื่อตอบสนองความตองการของประชาชน แต่ในความจริงแล้วแม้จะเกิดยุคใหม่ของศิลปะใหม่ออกมา เราก็จะเห็นความดั้งเดิมในนั้นเช่นกัน

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.