เอกสารที่ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ

เอกสารที่ใช้สำหรับการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ

การทำธุรกิจระหว่างประเทศหรือการส่งออกเพื่อขาย สิ่งหนึ่งที่จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนทำการดำเนินเรื่องก็คือเอกสารนำเข้า-ส่งออก เอกสารเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการดำเนินพิธีศุลกากร การผ่านท่าเรือ ตลอดจนการดำเนินการขั้นตอนอื่นๆในการทำการค้าระหว่างประเทศหรือเรียกว่าพิธีการทางศุลกากรในการส่งออกสินค้า หากต้องการส่งของในปริมาณมากเป็นพาเลทหรือตู้คอนเทนเนอร์ส่งทางเรือ และคุณหรือบริษัทคุณยังเป็นมือใหม่หรือยังไม่มีประสบการณ์มากนักมีขั้นตอนข้อที่ควรทราบดังนี้

การส่งสินค้าออกจากประเทศไทยต้องผ่านพิธีการส่งออกตามกระบวนการปกติ ในความหมายของศุลกากรนั้น การส่งออกคือการเคลื่อนย้ายสินค้าโดย เรือ หรือเครื่องบิน จากสถานที่หนึ่งในประเทศไทยไปยังสถานที่หนึ่งนอกประเทศไทย สินค้าทั้งหมดที่ส่งออกจากประเทศไทยต้องรายงานและผ่านพิธีการทางศุลกากรก่อนบรรทุกสินค้าในเรือหรือเครื่องบินเพื่อการส่งออก กรมศุลกากรต้องได้รับข้อมูลของสินค้าดังกล่าวและอนุญาตให้ส่งออกได้ ข้อมูลการส่งออกส่วนใหญ่ส่งด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ E-Export

ในบทความนี้จะแนะนำเอกสารที่จำเป็นในการยื่นเพื่อดำเนินพิธีการทางศุลกากรเพื่อส่งออกว่าหากต้องการส่งออกไปต่างประเทศนั้นต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ประกอบด้วย

🟡 1. บัญชีราคาสินค้า (Invoice)

         บัญชีราคาสินค้า ใบแสดงมูลค่าของสินค้าหรือที่เราคุ้นเคยในชื่อว่า Invoice เป็นเอกสารสำคัญที่จะต้องใช้ทุกครั้งในการส่งออกและการทำพิธีศุลกากร โดยในเอกสารนี้จะแสดงมูลค่าสินค้า เพื่อผ่านพิธีการศุลกากรและส่งเป็นหลักฐานแสดงมูลค่าของสินค้าไปยังต่างประเทศได้

🟡 2. บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List)

         ใบ Packing List หรือใบแสดงรายละเอียดบรรจุหีบห่อของผู้ส่งออก เป็นเอกสารเพื่อใช้บอกข้อมูลคือจำนวน น้ำหนักและขนาดของสินค้าอย่างละเอียด รวมถึงเพื่อแจ้งว่าสินค้าใดถูกบรรจุหรือ Packing มาแบบใด

 🟡 3. ใบอนุญาตส่งออกหรือเอกสารอื่นใดสำหรับสินค้าควบคุมการส่งออก (ถ้ามี) 

         ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสินค้าควบคุมขาเข้า (Import License) และขาออก (Export License) ของการค้าระหว่างประเทศเป็นเอกสารนำเข้า-ส่งออกที่ผู้ต้องการส่งออกสินค้าจะต้องลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้าและส่งออกกับทางกรมศุลกากรด้วย จึงจะดำเนินพิธีการศุลกากรได้

สำหรับบริษัทใดที่ไม่ได้ลงทะเบียนส่งออกกับกรมศุลกากรสามารถเลือกใช้ Shipping หรือ Agent ที่มีความเชี่ยวชาญส่งออกแทนได้ โดยหากจะส่งออกในนามบริษัทก็สามารถใช้เอกสารหนังสือรับรองบริษัทเพื่อประกอบให้ผู้ส่งออกดำเนินการส่งออกให้

🟡 4. ใบขนสินค้าขาออก (Export Declaration)

         เมื่อเราต้องการส่งสินค้าออกในการค้าระหว่างประเทศจะต้องใช้ใบขนสินค้าขาออกในการแจ้งข้อมูลสินค้าให้กับศุลกากรทราบ ประกอบไปด้วยประเภทสินค้า ราคาและจำนวน เพื่อให้ทางศุลกากรนำไปคิดภาษีและจัดเก็บข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกของเราได้ (ในส่วนนี้มักดำเนินการโดยบริษัทขนส่ง หรือ Shipping ) ซึ่งจำแนกใบขนขาออกไว้เป็น 4 ประเภทตามลักษณะการส่งออก ข้อควรทราบในการส่งสินค้าออก : การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก สำหรับบริษัทส่งออกทั่วไป , การส่งออกสินค้าที่ขอชดเชยค่าภาษีอากร , การส่งออกสินค้าที่ขอคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ จะใช้ใบขนสินค้าขาออกแบบ กศก.101/1

🟡 5. ใบตราส่งสินค้า (B/L, AWB)

         ใบตราส่งสินค้า จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบตราส่งสินค้าทางเรือ (B/L-Bill of Lading) และใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (AWB-Air Way Bill)

         ใบตราส่งสินค้าทางเรือ (B/L, Bill of lading) เป็นเอกสารที่มีความสำคัญมาก เป็นหลักฐานในการขนส่งสินค้าทางเรือ ผู้ส่งออกจะต้องให้ข้อมูล (ชนิดสินค้า, น้ำหนัก, ผู้ซื้อ ,ผู้ขาย) กับทางผู้ให้บริการขนส่ง (บริษัทขนส่ง) เพื่อออกเอกสารนี้ โดยสายเรือจะเป็นผู้ออกให้กับผู้ใช้บริการ ส่วนผู้นำเข้าต้องใช้เอกสารนี้และจะต้องตรวจแบบร่างก่อนที่จะออกเอกสารตัวจริงเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

         ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (AWB, Airway Bil) เป็นเอกสารที่คล้ายกับใบตราส่งสินค้าทางเรือ แต่มีข้อมูลบางส่วนที่แตกต่างกัน เนื่องจากเป็นการขนส่งคนละประเภท

🟡 6. ใบรับรองต่างๆ (Certificates)

         C/O, Certificate of Origin คือ ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (กรณีขอลดอัตราอากร) เป็นเอกสารยืนยันแหล่งผลิตของสินค้าว่าผลิตจากที่ไหน วัตถุดิบที่ใช้ผลิตมาจากที่ใด เข้ากับข้อกำหนดการยกเว้นหรือลดภาษีหรือไม่ ซึ่งเอกสารนี้จะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าและส่งออกได้มาก

         การออกใบนี้จะต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการ และผู้รับผิดชอบเอกสารนี้คือ กรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ โดยในบางประเทศที่เราส่งออกสินค้าไป จะสามารถขอใบ C/O นี้เพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษี หรือเพื่อใช้สิทธิพิเศษของกรมศุลกากรแต่ละประเทศได้

     – Cerfiticate of Health หรือ Health Cer คือ หนังสือรับรองคุณภาพและอนามัยของสินค้า สำหรับสินค้าประเภทอาหารและสินค้าทางการเกษตร

      – Cerfiticate of Fumigation คือ ใบรับรองการรมยา ใช้ในการรับรองว่าสินค้านั้นได้มีการรมยาเพื่อป้องกันเชื้อราหรือแมลงที่อาจเกิดขึ้นในการขนส่ง ใช้กับสินค้าทุกชนิดที่ผลิตจากพืชหรือไม้

     – Phytosanitary Certificate คือ ใบรับรองการปลอดโรคและศัตรูพืช เพื่อแสดงว่าสินค้าของเราปลอดภัย และไม่มีการระบาดของโรคพืชต่างๆ

     – Certificate of Analysis คือ ใบวิเคราะห์สินค้า เป็นเอกสารทางวิทยาศาสตร์เพื่อบอกถึงส่วนประกอบต่างๆ ที่มีอยู่ในสินค้า และรับรองว่าปลอดภัย

      Insurance Certificate คือ ใบประกันภัยสินค้า เป็นการบ่งบอกว่าสินค้านั้นได้มีการทำประกันภัยสินค้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงและความเสียหายของสินค้าในระหว่างการขนส่ง โดยการทำประกันภัยจะครอบคลุมค่าเสียหายสูงสุดถึงกว่า 90% ของมูลค่าสินค้า

บทความจาก : vayoit .com

🟡✅ อย่าลืมตรวจสอบเอกสารที่ใช้ประกอบการส่งออกให้ครบว่าหากจะส่งออกมีครบทั้ง 6 ข้อหรือยัง? อีกทั้งยังรวมถึงใบอนุญาตส่งออกที่ต้องลงทะเบียนกับทางกรมศุลกากรด้วย จึงจะดำเนินพิธีการศุลกากรและได้มาซึ่งเอกสารประกอบอื่นๆ

🗨 Tips : สำหรับท่านใดที่ต้องการส่งออกในนามบริษัทหรือนิติบุคคต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกจะต้องไปลงทะเบียนกับกรมศุลกากรก่อน ถึงจะสามารถออกใบขนสินค้าขาออกและออก B/L หรือใบตราส่งสินค้าทางเรือในนามบริษัทของคุณได้เพื่อไปนำเอกสารประกอบดำเนินเรื่องเกี่ยวกับภาษีต่อไป

.

💡 จะง่ายกว่าไหม! หากคุณใช้บริการกับบริษัทโลจิสติกส์ที่มีความเชี่ยวชาญในการส่งออก เพราะจะเป็นตัวแทนในการนำเข้าและส่งออกของคุณ ดูแลสินค้าและเอกสารให้ รวมถึงเคลียร์สินค้าปลายทาง เพื่อประหยัดเวลาและความสะดวกสบายให้กับผู้ที่ต้องการส่งออกได้


ให้เราเป็นคู่หูโลจิสติกส์ที่ดีของคุณ

สนใจบริการติดต่อ Tel 052-001667 , 090-2120234 🟢 LINE ID : goterrestrial 🔵 E-mail : hello@goterrestrial.com

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.