แผ่นป้ายสัญลักษณ์เล็กๆที่เรียกว่า “KANBAN”

  • by

แนวคิดเรื่องการผลิตแบบทันเวลาพอดี (JIT: Just-In-Time) ของระบบการผลิตแบบโตโยต้า (TPS: Toyota Production System) นั้น มีปัจจัยหลัก 3 ประการคือ การกำจัดงานที่ค้างกระบวนการ (Continuous Flow) การทำให้งานไหลทีละชิ้น (One Piece Flow) และระบบดึง (Pull system) โดยมีเครื่องมือสำคัญ คือ “คัมบัง” (Kanban) 

“คัมบัง” (Kanban) เป็นภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “ป้ายแสดง” คือ แผ่นป้ายสัญลักษณ์เล็กๆ ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือที่ทำให้บรรลุถึงระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี (JIT) ซึ่งนั่นก็คือผลิตในสิ่งที่ต้องการในเวลาที่ต้องการและในจำนวนที่ต้องการ และ การควบคุมและปรับปรุง (KAIZEN) หน่วยงานผลิตและขบวนการขนถ่ายเพื่อหลีกเลี่ยง การผลิตที่มากเกินไป (Overproduction) และสินค้าคงคลังที่มากเกินไป (Overstock) 

หน้าที่ของคัมบัง

  • เพื่อใช้เป็นตัวแจ้งการผลิตและการขนส่ง 
  • เพื่อเป็นเครื่องมือควบคุมด้วยสายตา ไม่ให้มีการผลิตมากเกินไป เช็คความคืบหน้า ล่าช้า ของกระบวนการผลิต 
  • เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับการไคเซน (KAIZEN)

วิธีการทำงานของ ระบบ Kanban คือ การใช้บัตร Kanban ส่งสัญญาณพร้อมรายละเอียด ของสินค้า ชิ้นส่วน หรือวัตถุดิบที่ต้องการ เพื่อส่งสัญญาณไปหาขั้นตอนการผลิตก่อนหน้า ตัวอย่างเช่น แผนกประกอบสินค้าใช้บัตรคัมบังส่งสัญญาณไปขอชิ้นส่วนที่ต้องใช้ประกอบจากแผนกผลิตชิ้นส่วน

Kamban คือ บัตรที่เป็นเครื่องมือที่มีหน้าที่บอกว่าในขั้นตอนถัดไปของการผลิต ต้องการชิ้นส่วน หรือวัตถุดิบกี่ชิ้น

เช่น ลูกค้าต้องการสินค้า 200 ชิ้น พนักงานรับออเดอร์ก็จะส่ง Kanban ให้แผนกประกอบสินค้า แล้วแผนกสินค้าก็ส่ง Kanban ให้กับแผนกผลิตชิ้นส่วน เเล้วจะส่งชิ้นส่วนให้แผนกประกอบสินค้า เเล้วนำบัตร Kanban ส่งต่อให้ พนักงานรับออเดอร์ พร้อมสินค้า เป็นอันเสร็จกระบวนการ

แผนภาพลำดับขั้นตอนการผลิตด้วยระบบ Kanban 
(สี่เหลี่ยมแต่ละสีแทน Kanban แต่ละขั้นตอนตามตัวอย่างด้านบน)

ตัวอย่างการทำงานของ Kanban

จากแผนภาพมาถึงตรงนี้เราได้สิ่งที่ต้องการครบแล้ว หลังจากนี้คือขั้นตอนของการผลิตเมื่อแผนกชิ้นส่วนได้วัตถุดิบ (Material) ตามที่สั่ง แผนกผลิตชิ้นส่วนก็จะเริ่มผลิตชิ้นส่วน (Part) และเมื่อผลิตเสร็จก็จะทำการส่งชิ้นส่วนไปให้แผนกประกอบ พร้อมกับติดบัตร Kanban ที่ได้มาคืนไปหาแผนกประกอบพร้อมกับถาดชิ้นส่วน (เพราะแผนกประกอบเป็นผู้ส่งมาในตอนแรก)

  • และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ ถาดวัตถุดิบที่ได้รับจะว่างเหลือแต่บัตร Kanban ที่ได้คืนมาจากวัตถุดิบที่สั่งไปตอนแรก (เพราะชิ้นส่วนใช้ผลิตไปหมดแล้ว) ต่อจากขั้นตอนด้านบน เมื่อแผนกประกอบสินค้าได้ชิ้นส่วนครบตามที่สั่งก็จะเริ่มประกอบสินค้า และเมื่อประกอบเสร็จเรียบร้อยก็จะส่งสินค้าไปหาแผนกจัดส่งพร้อมกับบัตร Kanban ที่ได้รับมาจากคำสั่งซื้อ เพื่อตรวจสอบและเตรียมส่งลูกค้าต่อไป
  • หลังจากประกอบเสร็จ ถาดชิ้นส่วนจะว่างเหลือแต่บัตร Kanban ที่ได้คืนมาจากแผนก ชิ้นส่วน (ที่เราไปขอให้เขาผลิตชิ้นส่วนในตอนแรก) เมื่อทำการตรวจสอบสินค้าเรียบร้อยแล้ว ทำการเคลื่อนย้ายสินค้าขึ้นรถเพื่อส่งสินค้าให้ลูกค้า ทำให้เหลือแค่บัตร Kanban ที่สั่งให้แผนกประกอบสินค้าผลิตสินค้าอยู่ในถาดสินค้า

จุดเริ่มต้นของ คัมบัง คือ คำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจากลูกค้าถูกส่งไปหาแผนก ประกอบสินค้า จากนั้นแผนกประกอบก็จะใช้คัมบังบอกความต้องการชิ้นส่วนย้อนกลับไปเรื่อย ๆ นั่นเองในทางโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ระบบ Kanban (คัมบัง) คือ การผลิตที่เกิดขึ้นจากปลายน้ำ (Downstream) ย้อนกลับไปหาต้นน้ำ (Upstream)

โดยในบัตร Kanban ในเบื้องต้นจะมีรายละเอียดข้อมูลที่สำคัญ ดังนี้

  1. ชื่อและหมายเลขของวัตถุดิบหรือสิ่งที่ต้องการ
  2. หมายเลขของบัตร kanban
  3. จำนวนชิ้นที่ต้องการ
  4. ชื่อผู้ผลิต หรือจุดผลิตที่ต้องการให้ชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบมาส่วน

ในทางกลับกัน ถ้าหากไม่มีบัตรคัมบังมาที่แผนก แผนกนั้นก็จะไม่ผลิตสินค้า เพราะการผลิต สินค้าโดยไม่มีคำสั่งจากคัมบัง หมายความว่า เป็นการผลิตที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามความต้องการ และทำให้ บริษัทต้องเก็บสินค้าเหล่านั้นเอาไว้ในคลังสินค้า ซึ่งทำให้เกิดต้นทุนที่การผลิตแบบ Lean Manufacturning หรือ Just In Time ไม่ต้องการ

ประโยชน์ของ ระบบคัมบัง

ประโยชน์หลักคือการลดความสูญเปล่าจากกระบวนการผลิตเกินจำเป็นและการเก็บวินค้าคงคลังที่นำไปสู่ต้นทุนจากการเก็บรักษา รวมถึงความเสี่ยงในการกลายเป็นค้าล้าสมัย 

  • ปรับปรุงการไหลเวียนของวัตถุดิบ 
  • ลดความผิดพลาดในการผลิต
  • ลดปัญหาการจัดส่งวัตถุดิบล่าช้าของ Supplier

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.