Outbound Sales เลือกให้เหมาะกับธุรกิจคุณ

  • by

“Outbound Sales” หรือการขายขาออก คือการที่ผู้ขายซึ่งโดยทั่วไปเป็นตัวแทนฝ่ายขายเริ่มต้นการมีส่วนร่วมกับผู้ซื้อที่มีศักยภาพหรือลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งตรงข้ามกับ “Inbound Sales” หรือการขายขาเข้าซึ่งลูกค้าจะเริ่มการสนทนาก่อน

ซึ่งความแตกต่างระหว่าง Inbound Sales และ Outbound Sales คือ

Inbound Sales จะเป็นรูปแบบการขายที่ลูกค้าเดินเข้ามาติดต่อจากความสนใจในตัวสินค้าหรือบริการ ซึ่งมีความต้องการซื้ออยู่แล้ว พวกเขาอาจจะได้รับข้อมูลทางด้านการตลาดจากแหล่งต่างๆ เช่น สื่อออนไลน์ ป้ายโฆษณา นิตยสาร เป็นต้น ก่อนที่จะเข้ามาพบคุณเพื่อทำการซื้อขาย

ซึ่งจะตรงข้ามกับ Outbound Sales การขายขาออกคือการออกไปพบกับลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น การโทรไปขายบริการหรือออกไปพบลูกค้า เป็นต้น

.

ประเภทของ Outbound Sales โดยส่วนใหญ่จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ

  1. ประเภททั่วไป คือ การหาลูกค้าจากสร้างรายชื่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง โดยกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกรายชื่อบริษัทที่ชัดเจน เช่น ประเภทธุรกิจ จังหวัดสถานที่ตั้ง ขนาดองค์กร จำนวนพนักงาน ความมีชื่อเสียง เป็นต้น หรือมาจากการซื้อโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆก็ได้ รวมถึงการจัด Event ต่างๆก็ได้เพื่อคัดหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

2. Account Based Marketing หรือเรียกย่อว่า ABM คือวิธีการหรือกลยุทธิ์ในการตลาดธุรกิจที่ติดต่อลูกค้าโดยตรงโดยคัดกรองและเฉพาะเจาะจง ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในระดับที่ลึกและมีประสิทธิภาพมาก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกบริษัท กลุ่มธุรกิจ หรือระบุตัวตนคนให้เหมาะกับเป้าหมาย เช่นหาลูกค้าที่มีประสิทธิภาพจาก Linkedin

.

หลังจากที่เราพอจะทราบถึงว่า Outbound Sales คืออะไรและมีประเภทไหนบ้าง ในหัวข้อต่อไปขอพูดถึงวิธีการติดต่อ Outbound Sales ยกตัวอย่างการเรียงลำดับจากการติดต่อดังนี้

  1. การส่งอีเมล : ถือว่าเป็นวิธีที่บริษัทหรือองค์กรต่างๆไม่ว่าขนาดใหญ่หรือเล็กมักเลือกใช้เป็นการติดต่อเป็นอันดับต้นๆ เพราะการส่งอีเมลมีลายลักษณ์อักษรสามารถเก็บบันทึกข้อมูลได้ชัดเจนและยังสุภาพอีกด้วย การส่งอีเมลในการขายสินค้าหรือบริการก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน
  2. การโทร : หากพบว่าการส่งอีเมลแล้วยังไม่มีการติดต่อกลับมาอาจจะเปลี่ยนเป็นการโทรหาแทนเพราะข้อดีคือสามารถพูดคุยกับบุคคลเป้าหมายได้โดยตรง ก่อให้เกิดการติดต่อในขั้นต่อไป
  3. ออกไปพบลูกค้า : จากประสบการณ์ของฝ่ายขายรุ่นพี่ วิธีการเก่าแก่ของการออกไปพบลูกค้าคือไม่ได้มีการวางแผนรายชื่อแต่ใช้วิธีการหากพบเจอก็เดินเข้าไปติดต่อในบริษัทโดยตรง หากเทียบกับในสมัยนี้ก็ยังเป็นที่นิยมแต่ไม่มากและได้ผลไม่น้อยเช่นกัน หากเราต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแท้จริงการส่งอีเมลหรือการโทรไม่ได้ผล ในปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีและข้อมูลออนไลน์อยู่มากมายเราอาจจะวางแผนรายชื่อลูกค้าเป้าหมายและเข้าไปพบกับเขาได้
  4. การนัดพบหรือการประชุม : ในบริษัทหรือองค์กรใหญ่ๆหากจะพบกับหัวหน้าหรือประธานนั้น อาจจะต้องมีการขอนัดพบหรือตั้งเวลาประชุมเพื่อพูดคุยถึงสินค้าหรือบริการที่เราต้องการเสนอหรือโอกาสที่จะได้ร่วมงานกัน

.

วิธีวัดความสำเร็จจากการทำ Outbound Sales

อาจจะมาจาก KPI ( Key Performance Indicator) หรือ “ดัชนีชี้วัดควาสำเร็จ” เป็นตัววัดคุณค่าที่ประเมินผลออกมาเป็นตัวเลข จำนวน ปริมาณได้ชัดเจนและแสดงให้เห็นว่าบริษัทหรือพนักงานมีศักยภาพมากแค่ไหนหรือประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้หรือไม่ โดยในส่วนของ Outbound Sales อาจวัดได้จากการเปอร์เซนต์การติดต่อกลับทางอีเมล รายชื่อลูกค้าที่ออกไปพบ หรือจำนวนลูกค้าใหม่ต่อปี เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนที่จะทำให้เกิด Outbound Sales ที่มีประสิทธิภาพเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ได้ ซึ่งการทำ Inbound Sales เพียงอย่างเดียวนั้นคงไม่เพียงพอจะต้องอาศัยการทำ Outbound Sales ที่ดีควบคู่กันไปด้วย ลองวางแผน Outbound Sales ให้กับเหมาะธุรกิจของคุณควบคู่ไปกับการทำ Inbound Sales เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและช่องทางที่ทำรายได้ที่มากขึ้น

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.