รู้จักกับ Google Algorithms

รู้จักกับ Google Algorithms

การค้นหาบน Google นั้นอยู่บนฐานข้อมูลที่มีปริมาณมากถึงหลายแสนล้านหน้า แต่การประมวลผลการค้นหากลับถูกตอบสนองได้ในไม่กี่เสี้ยววินาที คุณสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ที่คุณต้องการตามคำที่คุณค้นหาได้อย่างรวดเร็ว ในบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับระบบ Google Algorithms ว่ามันมีลักษณะการทำงานอย่างไร และคุณสามารถใช้ประโยชน์จากหลักการที่มันใช้ในการเก็บข้อมูลนี้ในรูปแบบใดบ้าง
แน่นอนว่าระบบที่คอยช่วยในการค้นหาของ Google นั้นต้องเป็นระบบที่คอยจัดเรียงข้อมูลให้กับคุณ ระบบในที่นี่นั้นเป็นรูปแบบของชุดข้อมูล Algorithms ที่เป็นกระบวนการแก้ไขปัญหาและสามารถอธิบายได้เป็นขั้นๆ ชัดเจน พร้อมกับผลลัพธ์ และเป็นสาเหตุที่ทุกครั้งที่คุณค้นหาข้อมูล

หลักการทำงานของ Google Algorithms จะใช้ปัจจัยหลายๆอย่างที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาของคุณ

  • ความเกี่ยวข้องของเว็บเพจ
  • ความสามารถและประสิทธิภาพในการใช้งานของเว็บ
  • ความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือ
  • Location และการตั้งค่าการค้นหาอื่นๆของคุณ

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้กับผลลัพธ์การค้นหาด้วยเช่นเดียวกันคือความใหม่ – เก่าของข้อมูลบนหน้าเว็บเพจ เนื้อหาที่มีความใหม่มากกว่าก็จะถูกค้นเจอได้่งายมากกว่า ซึ่งระบบ Algorithms ของ Google นั้นถูกทดสอบประสิทธิภาพและอัปเดตอยู่ตลอดเวลา

https://deepblue-digital.co.uk/google-algorithm-updates/

Google Algorithm Updates – (deepblue-digital.co.uk)

หลักการการทำงาน

เมื่อผู้ใช้งานระบุข้อมูลที่ต้องการระบบจะทำการวิเคราะห์ถึง Keyword ของคำถาม หรือคำค้นหาของคุณในฐานข้อมูล และทำการประเมินว่าเว็บไซต์ไหนหรือข้อมูลใดต้องถูกนำมาแสดงผล

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่า Google Algorithms นั้นถูกพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเราจึงจะพบเห็นแพทอัปเดตอยู่ครั้ง ล่าสุด Google Algorithm May 2021 ที่รายละเอียดการอัปเดตส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ Page Experience Signal เป็นหลัก และมีอยู่ 7 ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงในการอัปเดตครั้งนี้

Page Experience คือ ประสบการณ์การใช้งานบนหน้าเว็บไซต์ คิดจากส่วนประกอบหลายอย่างเช่น ความยาก-ง่าย ความรวดเร็ว ความเข้าใจ เป็นต้น

What are Core Web Vitals and How They Affect Google’s Algorithms? (thedigizones.com)

1.Loading – ความเร็วในการโหลด –> วัดจาก ความเร็วในการโหลดภาพ หรือ Block ตัวอักษร ที่มีขนาดใหญ่สุด ที่เปิดขึ้นมา ไม่ได้วัดจากความเร็วในการโหลดของทั้งหน้า Page
2.Interactive – การตอบสนอง –> ระยะเวลาที่ Browser ใช้ในการตอบสนอง Interaction จากผู้ใช้ เช่นการคลิกครั้งแรก เป็นต้น
3.Visual Stability – ความนิ่งของเนื้อหา –>ในส่วนนี้มักเกิดในสถานการณ์ที่คุณเข้าไปหน้าเว็บไซต์สักหน้าหนึ่งแล้วกำลังจะคลิกปุ่มแล้วเกิดการขยับตำแหน่งของข้อมูลโดยทันทีในวินาทีนั้น ทำให้การคลิกปุ่มดังกล่าวอาจไปโดนอีกปุ่มแทน ซึ่งสาเหตุมาจากความสามารถในการโหลดที่มีประสิทธิภาพต่ำ
4.Mobile Friendly – ใช้งานได้ง่ายบนมือถือ –>คุณคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าการใช้งาน Internet เกิดขึ้นบนมือถือเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหมายความว่าการปรับ Layout ให้แสดงผลเข้ากับอุปกรณ์มือถือ
5.Safe Browsing – ความปลอดภัยในการใช้งาน –> เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่บนเว็บไซต์จะมี Malware หรือ Spam เว็บไซต์ที่ปราศจากสิ่งเหล่านี้หรือมีระบบคอยป้องกันอยู่แน่นอนว่ามีโอกาสติดอันดับสูงใน Google เช่นเดียวกัน

6.HTTPS – ลิงก์เต็มของเว็บไซต์ –> เช่น https://goterrestrial.com/ เว็บไซต์ใดที่ไม่มี S ด้านหลัง http ต้องทำการยืนยันกับผู้ดูแลเว็บไซต์เพื่อเปิด SSL Certificate ช่วยให้เว็บไซต์มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

HTTPS และ SSL คืออะไร ทำไมเว็บไซต์คุณถึงต้องมี | Content Shifu


7.Intrusive Interstitial – โฆษณาที่ปิดบังเนื้อหาหลัก –> ยกตัวอย่างเช่น Popups Ads ที่เด้งขึ้นบนหน้าเว็บไซต์ที่ถูกจำกัดมากขึ้น แต่ยังคงเหลือ Popup Banener ที่เกี่ยวกับการสำรวจอายุผู้ใช้งานก่อนเข้าเว็บไซต์อยู่

อัพเดท Google Algorithm ล่าสุด (2021) มีผลต่อ SEO Ranking – Pacy Media

Image : Google Algorithm History: Evolution of Google Algo For SEO (nirmal.com.au)

เพียงคุณปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้สอดคล้องกับปัจจัยเหล่านี้ และคอยอับเดตเว็บไซต์อยู่ตลอดเวลาตามการเปลี่ยนแปลงของระบบ Google Algorithms โอกาสที่จะติดหน้าแรกๆบน Google ก็จะมีมากยิ่งขึ้น องค์ประกอบเหล่านี้ต้องได้รับการใส่ใจอยู่เสมอ มันจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี สร้างคุณค่าให้กับเว็บไซต์เหล่านั้น ทั้งด้านเนื้อหา โครงสร้างและหน้าตาเว็บ และเป็นกลยุทธิ์ที่น่าสนใจในการทำ SEO Website ในทุกวันนี้

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.