ขายบนแพลตฟอร์ม Alibaba, Aliexpress เสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ขายบนแพลตฟอร์ม Alibaba, Aliexpress เสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

คุณคงรู้จักกับ Alibaba และ Aliexpress มาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีไวเพื่อรองรับสำหรับผู้บริโภค B2B ทั้งสองแพลตฟอร์ม แต่จะมีการกำหนดขั้นต่ำบนแพลตฟอร์มของ Alibaba เท่านั้นส่วนใน Aliexpress จะสามารถรองรับผู้ใช้ได้ทั้ง B2C และ B2B จึงทำให้สินค้าหลายรายการที่มีราคาต่อชิ้นแพงกว่า Alibaba ในบทความนี้เราจะพาคุณไปดูค่าใช้จ่ายเมื่อคุณต้องการเป็นผู้ขายบนแพลตฟอร์มทั้งสองแพลตฟอร์มนี้

โดยเรามาเริ่มที่ค่าใช้จ่ายรายเดือนของ Alibaba กันก่อนเลย โดยค่าใช้จ่ายนี้จะเกิดต่อเมื่อคุณลงทะเบียนขายสินค้าในเว็บไซต์ โดยเรทราคาจะถูกแบ่งเป็นระดับการใช้งาน โดยจะเริ่มต้นที่ 1,399 เหรียญต่อปีและสูงสุด 3,999 เหรียญต่อปี ซึ่งในแต่ละเรทราคาจะมีความสามารถแตกต่างกันทั้งในด้านของหน้าร้านในเว็บไซต์ที่คุณจะสามารถจัดสรรได้มากขึ้นหากคุณจ่ายแพงขึ้น รวมถึงการออกใบเสนอราคาให้แก่ผู้ซื้อที่มากขึ้น คุณจะได้คำโฆษณา Keyword ที่กว้างมากขึ้นตามลำดับราคา

Alibaba นั้นในปัจจุบันยังคงมีปริมาณร้านค้าส่วนใหญ่อยู่ที่ประเทศจีนเกือบทั้งหมด มีราคาของสินค้าที่ต่ำที่สุดจากทั่วโลก Supplier ส่วนใหญ่มักใช้การรวมกลุ่มทางธุรกิจเพื่อขายจึงทำให้ต้นทุนสินค้ายิ่งต่ำไปอีก และสำหรับใน Alibaba นั้นไม่มีค่าคอมมิชชั่นที่แพลตฟอร์มจะคิดกับผู้ขาย สำหรับร้านค้าที่มีสถานะพร้อมส่งนั่นจะหมายความว่าผู้ขายจะต้องส่งผลิตภัณฑ์ออกจากโรงงานได้ภายใน 15 วันหลังจากที่ลูกค้าสั่ง

แต่สำหรับใน Aliexpress นั่นจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกับ Alibaba โดยจะคิดจากเปอเซนต์ของยอดขายหรือคิดเป็นค่าคอมมิชชั่นนั่นเอง โดยเรทค่าคอมนั่นจะอยู่ที่ประมาณ 8% และขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าโดยจะแยก Categories สินค้าออกมาดังนี้

หากเทียบสองแพลตฟอร์มหาความแตกต่างซึ่งจะมีหลายๆเงื่อนไขและหลายๆประเด็นที่ไม่เหมือนกัน แต่หากมองในมุมของผู้ขายคุณมีอยู่ 2-3 ประเด็นที่น่าสนใจคือ

  • Alibaba สามารถสร้างแบรนด์สินค้า แบรนด์ Packaging ป้ายกำกกับของรายการสินค้าต่างๆของผู้ขายได้เช่นเดียวกับการขายบน Amazon แต่ใน Aliexpress จะไม่มีบริการในส่วนนี้สำหรับผู้ขาย
  • Alibaba จะมีปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำของผู้บริโภค นั่นหมายความว่าหากคุณได้ลูกค้าจากแพลตฟอร์มนี้จึงมั่นใจได้ว่าจะมีปริมาณการขายที่มากเช่นเดียวกัน Aliexpress ไม่มีปริมาณซื้อขั้นต่ำจึงอาจทำให้ปริมาณการขายน้อยกว่าและราคาสินค้าแพงกว่าเช่นเดียวกัน

และสามารถดูความแตกต่างของสองแพลตฟอร์มโดยมีรายละเอียดตามนี้

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.