Mango wood vs. Acacia wood

Mango wood

สำหรับไม้มะม่วง (Mango) ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วในเขตร้อนโดยเฉพาะในเขตเอเชียใต้ เป็น ต้นไม้ใหญ่ ขึ้นห่างๆกันในป่าดิบชื้นและป่าเบญจพรรณ หรือตามที่ชุมชื้นทั่วไป ผู้คนมักปลูกกันอย่างแพร่หลายเพื่อที่จะนำผลของต้นมะม่วงมารับประทาน อีกทั้งตัวต้นไม้ก็ยังถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกหลากหลายประเภทและสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย

ตามปกติแล้วต้นมะม่วงเมื่อหมดอายุขัยการออกผลไม้หรือมีกิ่งก้านที่ยื่นยาวออกมาเกินจำเป็นผู้คนส่วนใหญ่มักจะทำการตัดเพื่อนำไม้จากส่วนนั้นมาใช้ ซึ่งส่วนมากแล้วจะถูกนำมาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ ไม้มะม่วงเป็นพืชพันธุ์ที่มีมากในเขตร้อนและเป็นพันธุ์ไม้ที่หาได้ง่ายมาก ราคาถูก เป็นชนิดไม้เนื้ออ่อน จึงสามารถ ตัด ไส แกะสลักได้ง่าย

ผลิตภัณฑ์จากไม้มะม่วง

ไม้มะม่วงส่วนใหญ่จะถูกทำมาแปรรูปเพื่อผลิตเป็นของที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเพราะขนาดของไม้ชนิดนี้นั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่ สินค้าที่ถูกทำขึ้นมาส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทแจกัน จาน ของที่ใช้ในครัว หรือของตกแต่งบ้านต่างๆที่เป็นชิ้นเล็กๆ

ชามใส่ผลไม้ที่ทำจากไม้มะม่วงและยังคงเปลือกของไม้ไว้เพื่อความสวยงามของตัวสินค้า การทำผลิตภัณฑ์แบบนี้ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยม
Image : roro
ชามใส่ขนมที่มีเอกลักษณ์แสดงจุดเด่นของไม้มะม่วงได้อย่างชัดเจน ออกแบบหน้าตาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับลวดลายของไม้ได้อย่างสวยงาม
Image : roro

ไม้มะม่วงกำลังถูกเป็นที่ให้ความสนใจในปัจจุบัน แม้ว่าคุณภาพมันจะอยู่ในระดับปานกลางแต่มันมีข้อดีคือ สามารถผลิตได้ไวเนื่องจากไม้ประเภทนี้มันเติบโตได้รวดเร็วในระยะเวลาเพียง 7-15 ปี และมันยังถูกทำไปเปรียบเทียบกับคุณภาพของไม้สักที่หาได้ยากกว่า ไม้มะม่วงจึงเป็นทางเลือกที่ดีมีศักยภาพ

แจกันไม้มะม่วงที่ถูกแกะสลักลวดลายให้สวยงามและโชว์ให้เห็นเนื้อไม้ที่มีความเรียบเนียนถือว่าเป็นจุดเด่นของไม้มะม่วงอีกหนึ่งจุด
Image : roro
Image : roro

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ม่วงส่วนใหญ่มักจะดูออกได้ง่ายโดยเห็นที่ลายละเอียดเนื้อไม้ที่ไม่มีแก่นไม้มากนัก ลายไม้ที่มีความเรียบเนียนและมักถูกผลิตเป็นสินค้าติดเปลือกไม้ แต่สินค้าจำพวกของฝากที่เป็นชิ้นเล็กๆเช่น กล่อง หีบใส่ของ ของเล่นเด็ก จากไม้มะม่วงก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจเช่นกัน

และสินค้าอีกประเภทที่ขาดไม่ได้เลยจากไม้มะม่วงคือสินค้าที่ถูกนำไปทาสีและแกะสลักเพื่อเพิ่มความสวยงามและความน่าดึงดูด และการคัดเลือกไม้แต่ละขนาดมาทำสินค้าแต่ละชนิดนั้นมีความสำคัญต้นที่มีขนาดเล็กมักจะถูกนำมาทำแจกัน ถ้วย ชาม สิ่งของที่เป็นชิ้นเล็กๆ แต่หากต้นมีขนาดใหญ่คนส่วนมากก็จะใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ขนาดไม้ที่ใช้ไม้ชิ้นเดียวเช่นกัน

Acacia wood

สำหรับไม้ Acacia นั้นเราจะสามารถเห็นความแตกต่างจากไม้มะม่วงได้อย่างชัดเจนคือตรงลวดลายของไม้ ซึ่งไม้ Acacia จะมีจุดเด่นชัดเจนก็คือลายไม้ที่เห็นได้ชัดและมักจะมีสีน้ำตาลเข้ม ลายเป็นสีดำ

Image : roro


ไม้ Acacia เป็นไม้ชนิดหนึ่งที่ได้มาจากต้นไม้และพุ่มไม้ Acacia พื้นเมืองของออสเตรเลียซึ่งปัจจุบันพบได้ในเอเชียหมู่เกาะแปซิฟิกแอฟริกาและบางส่วนของทวีปอเมริกา มีต้น Acacia มากกว่าพันสายพันธุ์ ไม้เนื้อแข็งที่ได้มาจากต้นไม้ชนิดนี้เหมาะสำหรับการนำมาทำเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้านในระยะยาว

Image : roro

ไม้ Acacia มีความทนทานสูงและกันน้ำได้มันจึงเหมาะกับสินค้าที่ต้องใช้งานหนักๆหรือสินค้าที่ต้องเจอกับความชื้น สัมผัสกับของเหลวอยู่บ่อยๆ ซึ่งสีของไม้ชนิดนี้นั้นมีความน่าดึงดูดให้ความรู้สึกอบอุ่น และมันไม่เกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายๆ ที่สำคัญคนส่วนใหญ่ก็มักจะนำมันใช้สำหรับภาชนะใส่อาหาร

Image : roro

จุดเด่นที่จะไม่ถึงไม่ได้ของไม้ชนิดนี้คือความเงา ความสวยงามโดยธรรมชาติ มันมีความเรียบเนียนของผิวไม้ที่โดดเด่นสวยงาม ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้เหล่านี้ควรล้างด้วยมือ ไม่ควรที่จะแช่ไว้ในน้ำนานๆ และที่สำคัญไม้ชนิดนี้ไม่ควรใช้เครื่องล้างจานในการล้าง

Image : roro

ไม้ Acacia ที่ถูกนำมาทำเป็นจานที่สามารถใช้สำหรับเค้กหรือขนม นอกจากนั้นมันยังสามารถใช้สำหรับตกแต่งโต๊ะอาหารให้เข้ากับอีกหลากหลายสไตล์ได้เช่น Minimal style , Contemporary style หรือ rustic industrial style ได้

Image : roro

ลายไม้ที่เห็นได้ชัดของไม้ชนิดนี้คือแถบสลับที่เห็นในภาพประกอบที่ทำมาจากไม้ Acacia ธรรมชาติ มันทำให้ตัวผลิตภัณฑ์มี่ความโดดเด่นและสวยงาม สร้างความน่าดึงดูดในตัวสินค้าได้เอง มันอาจจะเหมาะกับการนำไปใส่ผักหรือผลไม้ หรือหลายคนใช้เป็นที่ใส่ขนมปังกับกระถางต้นไม้เล็กๆได้

Image : roro

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าไม้ชนิดนี้มีความแข็งแรงและทนทานสูงมันจึงถูกนำไปทำเป็นถาดสำหรับเสิร์ฟพิซซ่าได้ มันสามารถทนกับความร้อนของแป้งได้และสีสันสวยงามทำให้อาหารมื้อนั้นๆน่ารับประทานยิ่งขึ้น

นี่เป็นเพียงไม้ที่ได้ยกมาพูดถึงและเปรียบเทียบให้เห็น 2 ชนิด ซึ่งในปัจจุบันมีการนำไม้หลากหลายประเภทไปแปรรูปหรือไปทำเป็นสิ่งของ สิ่งก่อสร้างต่างๆตามความเหมาะสม ซึ่งไม้แต่ละชนิดนั้นจะมีจุดเด่นและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

Leave a Reply