What is silk? คุณรู้จักเส้นใยไหมดีพอรึยัง

หากพูดถึงเส้นใยจากธรรมชาตินั้นจะสามารถแบ่งออกเป็นประเภทเส้นใยของสัตว์และเส้นใยของพืช โดยมันจะแตกต่างกันตรงที่เส้นใยของสัตว์จะประกอบไปด้วยกรดอะมิโนและถูกเรียกว่าโปรตีน เช่น ขนของอัลฟากร้า ขนแกะ และผ้าไหม ส่วนเส้นใยจากพืชจะมีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบ เช่น ฝ้าย ปอ ปอกระเจา เป็นต้น

สำหรับเส้นใยไหม(Silk) นั้นเป็นเส้นใยประเภทที่มาจากสัตว์ มันถูกเรียกว่า “ราชินีแห่งผ้า” มันถูกพัฒนาขึ้นในประเทศจีนสมัยโบราณ โดยการนำรังไหมของตัวหนอน Bombyx mori ที่อาศัยอยู่บนต้นหม่อนมาทำเป็นเส้นใย

Image : todayifoundout.com

เส้นใยไหม นั้นเป็นเส้นใยที่มีความแข็งแรงที่สุดในประเภทเส้นใยจากธรรมชาติ มีโครงสร้างทางเคมีเป็นสามเหลี่ยมปริซึม มันสามารถดูดซับน้ำได้ดีและย้อมสีได้ ถูกนำไปใช้งานกันอย่างแพร่หลายในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีการผลิตผ้าไหมเป็น 70% ของโลกที่มีปริมาณมากถึง 150,000 ตันต่อปี รองลงมาคืออินเดีย อุซเบกิสถาน ไทยตามลำดับ และจะถูกเรียกในอุตสาหกรรมการผลิตผ้าไหมจากหนอนว่า “การปลูกหม่อนไหม”

ผ้าไหมมีความหลากหลายและสวยงาม มันมีจุดเด่นตรงที่ความนุ่มของผิวสัมผัสและเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากในสมัยประวัติศาสตร์ และได้สร้างเส้นทางการค้าที่เป็นตำนานจนเป็นวัฒนธรรมมาถึงทุกวันนี้ที่ถูกเรียกว่า “เส้นทางสายไหม” เพื่อแลกเปลี่ยนผ้าไหมระหว่างประเทศจีนและยุโรป

Image : Mood Fabrics (Pinterest)

ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีการขยายตัวอย่างมากในอุตสาหกรรมผ้าไหมแต่กระบวนการที่ใช้ในการผลิตยังคงเป็นเหมือนเดิมในสมัยโบราณโดยจะมีขั้นตอนในการผลิตดังนี้

ผ้าไหมส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้งานได้หลากหลายตามวัตถุประสงค์ซึ่งส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือถูกผลิตออกมาใช้สำหรับผู้บริโภคและสำหรับอุตสาหกรรม

สำหรับผู้บริโภค สินค้าที่ขาดไม่ได้จากผ้าไหมก็คือ เครื่องแต่งกาย เช่นผ้าพันคอ เสื้อเชิต ชุดสตรี และชุดราตรี เนื่องจากมันมีคุณสมบัติคือมีน้ำหนักเบา อ่อนนุ่ม ผู้คนมักจะนำไปผลิตเป็นชุดชั้นใน เสื้อกันหนาว เพราะมันให้ความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นมันยังถูกนำไปตกแต่งบ้านโดยทำเป็นผ้าม่านหรือหมอนและผ้าแขวนผนัง

Image : anthropologie.com
Image : flip.it
Image : santafedrygoods.com
Image : santafedrygoods.com

สำหรับอุตสาหกรรม แม้ว่าในปัจจุบันจะมีทางเลือกเพิ่มมาคือเส้นใยสังเคราะห์ที่มนุษย์ผลิตคิดค้นขึ้นมา เช่นการทำร่มชูชีพ แต่ก็ยังมีผู้ผลิตหลายรายที่ยังคงผลิตภัณฑ์ด้วยผ้าไหมแท้อยู่ เนื่องจากมันมีความทนทานและน้ำหนักเบา นอกจากนั้นทางการแพทย์ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีคือผ้าไหมที่ใช้เย็บแผลไว้ใช้สำหรับการผ่าตัด เนื่องจากมันเป็นเส้นใยที่บางมากและมีคุณสมบัติต้านเชื่้อแบคทีเรีย

Image : stoeltingco.com

ประเภทของผ้าไหม

  1. Mulberry silk เป็นผ้าไหมหม่อนที่ทำง่ายและราคาถูกที่สุด ซึ่งผ้าไหมเกือบทั้งหมดในโลกคือผ้าไหมหม่อน
  2. Eri Silk เป็นผ้าไหมประเภทที่ไม่จำเป็นต้องฆ่าหนอนไหม จึงถูกเรียกว่า Peace silk หรือผ้าไหมที่สงบสุข เป็นผ้าไหมที่มีความคงทนกว่าผ้าไหมหม่อน
  3. Tasar Silk ผ้าไหมประเภทที่ถูกผลิตเป็นอันดับสอง ตัวหนอนมีสีเขียว ส่วนใหญ่มักพบในอินเดีย และญี่ปุ่น
  4. Spider silk ใยไหมจากแมงมุม มีราคาแพงมากเนื่องจากมันไม่สามารถผสมพันธ์ุได้เหมือนหนอนไหม มักใช้ทำเสื้อเกราะกันกระสุน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  5. Muga silk ใยไหมที่ผลิตในรัฐอัสสัมในอินเดียเท่านั้น ค่อนข้างเป็นที่รู้จักกันในวงแคบ มักใช้สำหรับผู้สูงศักดิ์ในรัฐ
  6. Sea silk เส้นใยที่ทำจากหอยแมลงภู่สายพันธ์ุหนึ่งในทะเลเมดิเตอเรเนียน หรือเรียกอีกอย่างว่า “ผ้าไหมหอยแมลงภู่”
  7. Coan silk มาจากหนอนไหมสายพันธุ์หนึ่งชื่อ Pacypasa atus ที่กินต้นสนจูนิเปอร์และต้นโอ๊ก ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในกรุงโรมโบราณ แต่หายากในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ผ้าไหมชนิดนี้จะใช้เพื่อเสริมสร้างเส้นใยชนิดอื่นๆ
Image : indiamart.com

ใยนุ่น (Kapok) คืออะไร แล้วทำอะไรได้บ้างนะ ?

Cr. https://www.shoo-foo.com/

นุ่น (Kapok) คืออะไร ?

“ต้นนุ่น” หรือ ชื่อท้องถิ่นเรียกว่า “ต้นงิ้ว” เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีลำต้นสูงประมาณ 10 เมตร โดยผลผลิตของต้นนุ่น คือ ปุยนุ่น ที่เจริญเติบโตมาจากดอกนุ่น เมื่อผลแก่และแห้งเนื้อผลจะเป็นใยนุ่นสีขาว

ผลนุ่น มีรูปยาวรี รูปทรงกระบอกกลวง ผนังบาง เรียบ และเปราะ เส้นใยนุ่นที่อยู่ข้างในมักไม่ค่อยใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอพวกปั่นด้ายเหมือนกับฝ้าย เพราะฟูและเบามาก

Cr. https://www.skyscrapercity.com/

ปุยนุ่นมีคุณสมบัติอ่อนนุ่มและเบา พิเศษกว่าพืชเส้นใยอื่นๆ คือ ไม่ดูดซับน้ำ แต่มีคุณสมบัติไวไฟ เผาไหม้ได้เร็วมาก ทำวัสดุกันกระเทือน ยัดหมอน ฟูก ที่นอนเครื่องใช้ต่างๆ

” ปุยนุ่น มักนิยมมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม ”

__________________________________________________

ตัวอย่างสินค้าที่มีนุ่นเป็นส่วนประกอบ

  • หมอน
Cr. https://thai.alibaba.com/

หมอนที่ถูกยัดไส้ด้วยนุ่น เรามักเห็นขายทั่วไปตามท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นหมอนอิง หมอนสามเหลี่ยม หมอนสี่เหลี่ยม หรือ ที่เราเรียกกันว่า หมอนขิด

Cr. http://www.loeilatex.com/
Cr. www.wilai.de/

AVRAN เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่จำหน่ายหมอนขิด > https://amzn.to/32MjfBF

ไม่ใช่เพียงหมอนขิดอย่างเดียว ยังมีหมอนธรรมดาทั่วไป ที่พบเห็นได้ตามบ้านหลาย ๆ แห่ง

Cr. www.inroom-inbed.com/
  • ฟูก หรือ ที่นอน
Cr. http://www.tcdc.or.th/

งานส่วนใหญ่จะทำจากมือ เย็บ ถักร้อย ยัดนุ่นเอง มักพบเห็นจากงาน OTOP

ที่นอน หรือ ฟูก นอน ในรูปแบบเก่า ๆ
เมื่อปรับให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น
ฟูก สามาถพับเก็บได้

นอกจากชุดเครื่องนอนแล้ว ยังสามารถปรับขนาดเพื่อนำมาทำเป็นเบาะรองนั่งได้

  • เสื้อกันหนาวจากใยนุ่น
Cr. https://www.vaude.com/

นอกจากจะช่วยให้ผู้สวมใส่อุ่นแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการแห้งเร็ว เมื่อโดนน้ำหรือเปียกอีกด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ PrimaLoft kapok"
Cr. https://www.vaude.com/
Cr.https://www.avocadostore.de/

อย่างที่กล่าวมาข้างต้น เรามักจะเห็นคนนำ “ใยนุ่น” มาเป็นไส้ของเครื่องนุ่งห่ม และ เครื่องนอน แต่ยังไม่พบเห็นนำไปทำอย่างนอื่นนอกจากนี้ อาจเพราะคุณสมบัติที่จำกัด และไม่สามารถแปรรูปได้หลากหลายรูปแบบบ

วิธีการหาพิกัด HTS Code

จากบล็อกครั้งก่อนได้เสนอเกี่ยวกับเรื่องการทำความรู้จัก HS Code หรือ HTS Code ว่าคืออะไรและแตกต่างกันอย่างไรแล้ว ครั้งนี้จะเสนอบล็อกเกี่ยวกับการหา HTS Code ว่าสามารถหาเลขพิกัดสินค้าได้อย่างไร

ในการทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ธุรกิจร้านค้า ร้านอาหารที่จะมีการนำเข้าสินค้า วัตถุดิบจากต่างประเทศ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และจะต้องได้รับการตรวจสอบด้านเอกสาร ตลอดจนข้อมูลสินค้า และสินค้าชนิดต่างๆ ก็คือ ด่านศุลกากร  “ พิกัดศุลกากร หรือ HTS Code  เกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเข้า-ส่งออก เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ รวมไปถึงการตรวจสอบภาษีคือ

HS Code คือ ระบบที่ใช้สำหรับการจำแนกหรือระบุชนิดของสินค้าด้วยรหัสตัวเลข 6 หลัก เพื่อใช้ในการแจ้งภาษีอากรสินค้าที่จะนำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศ โดยจัดเป็นประเภทย่อยของสินค้าประมาณ 5,386 รายการ จำแนกประเภทสิ่งของเป็น 21 หมวด และ 97 ตอน ซึ่งแบ่งได้ดังนี้

  • วัตถุดิบ 508 รายการ (0-1 %)
  • กึ่งสำเร็จรูป 2,124 รายการ (3-5 %)
  • ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป 2,754 รายการ (10-40 %)

แต่ละรายการจะระบุด้วยรหัสพิกัดศุลกากร 6 หลักด้วยกัน

ตัวอย่างเช่น
หากเราต้องการส่งสินค้าคือกางเกงขายาวสำหรับผู้หญิง เนื้อผ้าเรยอน เป็นชนิดสิ่งทอและของทำด้วยสิ่งทอ ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เราจะสามารถตรวจสอบ  HTS Code  ได้ดังนี้

  1. เข้าไปที่ link : https://hts.usitc.gov/ 
    ในช่อง search ใส่คำว่า trousers ที่แปลว่ากางเกง เพราะ เราจะส่งออกกางเกงขายาว

trousers1

2. เมื่อเข้าไปแล้วจะมีรหัส HTS ขึ้นมา เราส่งสินค้าคือกางเกงขายาวสำหรับผู้หญิง เมื่อเข้าไปแล้วควรตรวจสอบให้ดีเพราะสำหรับเครื่องแต่งกายระหว่างชายและหญิงจะมีรหัสพิกัดที่แตกต่างกัน ตามกรณีตัวอย่างกางเกงขายาวสำหรับผู้หญิง ให้เลื่อนลงและมองหาสำหรับผู้หญิง women’s (ตรงกล่องสีฟ้า)  จะอยู่ใน chapter และ heading พิกัด 6104

หลังจากนั้นเราจะมาดูวัตถุดิบของตัวสินค้าคืออะไร อย่างตัวอย่างคือ ผ้าเรยอน ซึ่งผ้าเรยอนเป็นเส้นใยสังเคราะห์ พิกัด 6104.13

หลังจากนั้นดูตัวสินค้าของเรา กางเกงขายาวสำหรับผู้หญิง เนื้อผ้าเรยอน จะอยู่ในหมวด other (644)  หน่วยของปริมาณคิดเป็นต่อกิโลกรัม และอัตราการเสียภาษีให้ดูในช่อง General = 14.9%

ในส่วนช่อง Speacial จะเป็นช่องสำหรับประเทศพิเศษที่ได้รับการยกเว้น

trousers2

สามารถเข้าเช็ค HTS Code ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ หากต้องการส่งออกไปยังต่างประเทศ จะได้ช่วยวางแผนการขายของคุณได้อย่างสำเร็จตามเป้าหมาย


ส่งสินค้าไปโกดังปลายทาง Amazon.com โดยทีมงานมืออาชีพกับเทอเรสเทรียล

contact us
052-001667 ▕  line ID : goterrestrial ▕  facebook.com/goterrestrial

มาทำความรู้จักต้นแฟลกซ์(Flax) Vs ต้นปอ(Jute) กันว่ามันคืออะไร?

ในปัจจุบันนี้มีการนำต้นพืชต่างๆมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆหลากหลายชนิด เช่นการนำต้นไผ่ หรือหวายมาสานเป็นกระเป๋าและโคมไฟที่เราสามารถพบเห็นได้ในทั่วไป แต่ยังมีพืชอีกสองชนิดที่นอกจากจะสามารถนำมารับประทานเพื่อให้ได้สรรพคุณของมันหลายๆอย่างแล้ว ต้นมันสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงามได้ ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นในบทความนี้ก็จะพูดถึงคุณสมบัติของ ต้นแฟลกซ์ (Flax) และต้นปอ (Jute) นั่นเอง

Flax ต้นแฟลกซ์ เป็นพืชตระกูล Linaceae เป็นพืชที่สามารถนำต้นมันไปผลิตเป็นเส้นใย เส้นด้ายลินิน และผลิตภัณฑ์จำพวกสิ่งทอ นอกจากนั้นสำหรับเมล็ดของต้นแฟลกซ์ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสามารถนำมารับประทานได้

Flax จะมีความสูงเฉลี่ย 0.9 – 1.2 เมตร มีลักษณะเป็นก้านเรียวยาว 2.5 – 4 มม. มีกิ่งก้านแตกแขนง ใบกับก้านมีขนาดเล็กและเป็นรูปหอก มีดอกไม้อยู่ตรงปลายอาจมีสีขาว สีฟ้า และสีชมพู

Image : britannica.com

พืชชนิดนี้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศและสภาพของดินได้หลากหลายพื้นที่จึงทำให้มันถูกนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย แต่จะเติบโตได้ดีที่สุดในดินร่วนปนกับทรายที่สามารถระบายน้ำได้ดี หรือในที่ที่มีภูมิอากาศเย็น ซึ่งหากพูดถึงเมล็ดของแฟลกซ์ (Flaxseed) มันเป็นอาหารที่มีใยอาหารสูง เต็มไปด้วยแร่ธาตุและกรดไขมันโอเมก้า 3 6 9 มันจึงมีประโยชน์ต่อร่างกายและยังให้สรรพคุณที่หลากหลายเช่น ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลในเลือด ลดความดัน ช่วยทำให้ไขข้อต่างๆทำงานดีขึ้น จึงทำให้เราคุ้นชินกับแฟลกซ์ในรูปของอาหารและขนมเป็นส่วนมาก

เส้นใยที่ได้จากพืชชนิดนี้นั้นเป็นหนึ่งเส้นใยประเภทสิ่งทอที่เก่าแก่ที่สุดหรือสามารถเรียกมันว่า เส้นใยผ้าลินิน (Linen) โดยมีการค้นพบหลักฐานการใช้งานในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สวิตเซอร์แลนด์ และนอกจากนั้นยังพบว่าชาวอียิปต์โบราณใช้เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ผ้าห่อศพในการทำมัมมี่หรือใบเรือ โดยก่อนนั้นมันจะต้องผ่านกระบวนการมาหลากหลายขั้นตอนทั้งหมัก ตาก บด และมันขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน

Image : wholesomelinen.com

ซึ่ง ข้อดี ของผ้าลินิน (Linen) นั้นคือสามารถดูดซับความชื้นได้ดี มีผิวที่เรียบเนียน มีความทนทานกว่าผ้าฝ้าย ระบายอากาศได้ดีสวมใส่สบาย เนื้อผ้าจะแข็งเหมือนลงแป้งและดูใหม่เสมอ แต่มันก็มี ข้อเสีย คือไม่ค่อยยืดหยุ่น ยับย่นง่ายกว่าผ้าชนิดอื่น มักถูกทำมาทำผ้าราคาสูงๆที่ต้องการความหรูหรา

ผ้าลินิน ถูกมาทำเป็นสินค้าให้กับแบรนด์ดังหลายยี่ห้อในปัจจุบัน มีทั้งเสื้อผ้าสำหรับใส่สบายๆหรือเสื้อเชิต เสื้อสูท และกางเกงทั้งแบบขาสั้น ขายาว ผ้าลินินเป็นชนิดผ้าที่เหมาะแก่การใส่ในประเทศไทยที่มีอากาศร้อน มันสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ดูดซับเหงื่อ รู้สึกสบายเมื่อสวมใส่ แบรนด์เสื้อผ้าที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายอย่าง UNIQLO ก็ใช้ผ้าลินินในการผลิต

ชุดผ้าปูเตียงและหมอนทำจากผ้าลินิน

Image : magiclinen.com

ผ้าม่านผ้าลินิน

Image : etsy.com

ต้นปอ หรือ ต้นปอกระเจา (Jute) เป็นพืชพรรณไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 1 เมตร ลำต้นเป็นสีเขียวอ่อนหรือแดงเข้ม มีการแตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม เป็นไม้ประเภทเนื้ออ่อน มีรากแก้ว สามารถขยายพันธ์โดยใช้เมล็ด พบว่ามีการปลูกมากใน อินโดนีเซีย จีน พม่า เวียดนาม ฟิลิปปินส์และในประเทศไทยส่วนมากพบในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย กาญจนบุรี ปราจีนบุรี ชลบุรี เป็นต้น ซึ่งมันมักจะขึ้นตามบริเวณที่ชื้นแฉะ

ใบของต้นปอกระเจา เป็นใบเดี่ยวมีลักษณะเป็นรูปยาวเรียว หลายใบแหลม มีขอบใบหยักเหมือนฟันเลื่อย และมีดอกเป็นกระจุกประมาณ 2-3 ดอกมีสีเหลืองขนาดเล็ก มันมักจะออกดอกช่วงเดือนตุลาคม – เดือนธันวาคม ซึ่งต้นปอกระเจานั้นเช่นเดียวกับต้นแฟรกซ์ที่มีสรรพคุณมากมาย สามารถใช้เป็นยาบำรุง ช่วยเรื่องเจริญอาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิตจากใบของมัน เป็นต้น

นอกจากนั้นผู้คนยังสามารถนำเส้นใยจากเปลือกต้นที่ลอกออกมาแล้วจะเรียกว่า “ปอ” ไปทอเป็นกระสอบเพื่อใส่ผลิตผลทางการเกษตรจำพวก ข้าวสาร ข้าวโพด หรือน้ำตาลได้ และที่สามารถพบเห็นกันได้บ่อยก็การใช้เป็นผ้า พรม เยื่อกระดาษ กระสอบทราย ใช้ในงานอุตสาหกรรม หรือทำเชือกเป็นต้น มันมีสีที่เป็นธรรมชาติเป็นเหลืองอ่อนและสีเทา แต่สามารถย้อมสีได้ มีผิวสัมผัสที่แข็ง มีความมัน ยิดหยุ่นได้น้อยแต่ทนน้ำได้ดี

Image : hiabsengheng.thailandpocketpages.com

และในปัจจุบันได้มีการนำปอมาทำสินค้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์และปรับให้เข้ากับสมัยใหม่อย่างลงตัว ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปอนั้นก็ต่างมีความแตกต่างกันไปตามความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิต ซึ่งต่อไปเป็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปอ

กระเป๋าแฟชั่นที่ถูกออกแบบให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวและมีคุณค่ามากขึ้น

Image : es.coolpins.net
Image : uto55.exblog.jp
Image : etsy.com

ผ้ารองจาน / แก้ว

Image : mydesiredhome.com
Image : homever

โคมไฟสไตล์ Bohemian

Image : anthropologie.com

พรม

Image : simons.ca

ที่ใส่ปากกา

Image : livingoops.com

ใยกล้วย (ฺBanana fiber) VS ใยสับปะรด (Pineapple fiber)

เทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้มีความโดดเด่นมากขึ้น และมีการใช้วัสดุจากธรรมชาติมากขึ้น โดยใช้เส้นใยจากธรรมชาติ จนถูกแปรรูปออกจนได้ผลิตภัณณ์ที่มีมูลค่า และส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชน

ใยกล้วย (Banana Fibers)

ใยกล้วยคือเส้นใยที่แยกออกจากกาบกล้วย ด้วยวิธีการแยกแบบหัตถกรรม
(โดยการลอกผิวของกาบแข็งด้านนอก จากนั้นแยกเส้นใยจากเยื่อกล้วยด้วยมือ)

“เส้นใยกล้วย” มีสมบัติพิเศษคือ เป็น เส้นที่มีความมันเงาสวยงาม แข็งแรง เหนียว ทนทาน สามารถนำไปปั่นผสมกับเส้นใยอื่นๆ
เช่นใยฝ้าย ที่มีความคุณสมบัติโดดเด่นเรื่องการระบายอากาศและอ่อนนุ่ม

เส้นใยกล้วยในประเทศไทยส่วนใหญ่นิยมการแยกเส้นใยด้วยมือ เพื่อใช้เป็นสิ่งทอมีมาไม่นานนัก มีทั้งการแยกเส้นใยจากกล้วยน้ำว้า กล้วยป่า และกล้วยหอม

ตัวอย่างสินค้าที่ได้จากใยกล้วย

  • กระดาษใยกล้วย

คือ ต้นกล้วย + วิธีทำกระดาษสา = กระดาษใยกล้วย

คนที่วิจัยในเรื่องการรรูปมาเป็นกระดาษใยกล้วยยังได้คิดอีกว่า ใยกล้วยสามารถทำได้มากกว่าสมุด เขาคิดไปถึง ฝ้าเพดาน ผนังเบา วัสดุกันกระแทก หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะมาทดแทนการใช้พลาสติกได้

  • ฟองน้ำจากใยกล้วย

ฟองน้ำใยกล้วยเป็นสินค้าที่จดสิทธิบัตรไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ใช้ตรายี่ห้อว่า Centella (เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของใบบัวบก) 

  • เสื้อผ้าใยกล้วย

เนื้อผ้าที่ผลิตจากใยกล้วย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้เส้นยืนเป็นไหม ค่อนข้างแข็งกระด้าง แต่มีความมันสวยงาม ส่วนผืนผ้าจากใยกล้วยผสม จะมีความอ่อนนุ่ม แต่มีความมันน้อยกว่า(ภาพ 6)

  • กระเป๋า
  • ตะกร้าใส่ของ เสื้อผ้า หรือ ถังขยะ
  • เสื่อจากใยกล้วย

เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ

เบาะนั่งจากใยกล้วย ด้านในอาจใช้ใยฝ้าย หรือ โครงเหล็กขึ้นทรงข้างใน และด้านนอกสานจากใยกล้วย

_____________________________________________________________________

เส้นใยสับปะรด (Pineapple fibers)

ใบสับปะรดที่นำมาใช้ในการผลิตเส้นใยเพื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ ควรมีอายุ 1-1.5 ปี
ถ้าอ่อนไปเส้นใยที่ได้ก็จะไม่แข็งแรง และสั้น
ส่วนใบที่แก่เกินไปก็จะหยาบและแข็ง การเก็บเกี่ยวจะตัดจากต้นที่ตัดผลไปแล้ว
และจะต้องทำการขูดให้เสร็จหลังจากการตัด 24 ชั่วโมง

การขูดเพื่อนำใยออกมาจากใบสับปะรดมี 3 วิธี1. การแยกเส้นใยด้วยมือ(Scraping) 

1. การแยกเส้นใยด้วยมือ(Scraping) 

2. การแยกโดยวิธีการแช่ฟอก(Water retting) 

3. การแยกโดยเครื่องจักรกล (Decorticating machine) 

โดยจะแบ่งเกรดของเส้นใยออกเป็น 3 แบบขึ้นอยู่กับการใช้งาน คือ แบบละเอียดมาก ละเอียด หยาบ ส่วนใหญ่จะนิยมใช้แบบละเอียด ในการประดิษฐ์ของต่าง ๆ โดยลักษณะของเส้นใยจะมีขนาดเล็กและนุ่ม มีความมันและเงางามคล้ายไหม มีความเหนียวและทนต่อการหักพับมาก

ตัวอย่างสินค้าที่ได้จากใยสับปะรด

  • เสื้อผ้าใยสับปะรด

คุณสมบัติของใยสับปะรดสามารถทอเป็นผ้าบางเนื้อละเอียดที่มีความนุ่มนวล แต่มีความคงรูปในเนื้อผ้า จับโค้งได้และรูปทรงดี

นอกจากนี้การย้อมสีหรือเติมสารตกแต่งผ้าทำได้ง่ายและหลากหลาย รวมทั้งมีการรักษาง่ายอีกด้วย ใช้ประโยชน์ในการทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เส้นด้าย ทอเป็นผ้าพันคอ ชุดแต่งงาน ชุดราตรี

  • กระเป๋าใยสับปะรด

ใยสับปะรดสามารถทอเป็นผืนใหญ่ และนำมาเย็บต่อกับเป็นกระเป๋าได้ อีกทั้งยังสามารถย้อมสีด้าย เพื่อให้ได้กระเป๋าสีอื่น ๆ

  • ผ้าคลุมไหล่ใยสับปะรด
  • รองเท้าจากใยสับปะรด
  • กระดาษใยสับปะรด

ใยสับปะรด + วิธีทำกระดาษสา= กระดาษใยสับปะรด

  • ที่พันหูฟัง

ยังสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย มีรูปแบบการใช้งานที่ตอบโจทย์ Lifestyle ของคนยุคดิจิตอล

จากการสืบค้นข้อมูลจะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่แล้วเส้นใยสับปะรดจะถูกนำมาแปรรูปเป็นเครื่องใช้ส่วนตัว ไม่ว่าจะเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เนื่องด้วยเส้นใยที่ออกมาเป็นเส้นบาง เหนียว และเงา การนำมาถักขึ้นรูปง่ายและเหมาะสม

ทำความรู้จัก HS Code และ HTS Code คืออะไร

 

header1

Harmonized System (HS CODE) หรือ พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ เป็นระบบการจำแนกประเภทสินค้า เพื่อใช้แทนความหมายของสินค้าในแต่ละประเภท และใช้ในการตรวจสอบการจัดเก็บภาษีนำเข้าส่งออกระหว่างประเทศ

เนื่องจากแต่ละประเทศมีสินค้าที่หลากหลาย และมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน เพื่อกำหนดให้เข้าใจตรงกันเป็นระดับสากลที่เกี่ยวกับประเภทและชนิดสินค้านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องใช้การระบุสินค้าตามระบบฮาร์โมไนซ์ที่สากลยอมรับ ซึ่งสามารถจำแนกประเภทสิ่งของต่างๆ ได้ออกเป็น 21 หมวด 97 ตอน และกว่า 5,000 ประเภทพิกัด ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ในเว็บไซต์ กรมศุลกากร

กรมศุลกากร คืออะไร

ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับพิกัดศุลกากร หรือ HS Code คือ อะไร เราจะต้องทราบก่อนว่ากรมศุลกากร ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงนั้น คืออะไร และมีหน้าที่อย่างไร

กรมศุลกากร เป็นส่วนงานราชการระดับกรม สังกัดหน่วยงานกระทรวงการคลัง ที่มีหน้าที่หลักในการจัดเก็บภาษีศุลกากร ทั้งอากรขาเข้า และอากรขาออก ตลอดจนค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่มี จากของที่นำเข้ามาในและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อเป็นรายได้ของรัฐ ในการนำไปพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และมีหน้าที่ในการปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ค้าขายสุจริต

กรมศุลกากร เกิดขึ้นมาจากความต้องการในการจัดระเบียบด้านการค้าขายอย่างหนึ่ง และเพื่อการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งมีประวัติความเป็นมาดังนี้

ความเป็นมา : HS CODE  (Harmonized System) หรือ พิกัดศุลกากร เป็นระบบการจำแนกประเภทและระบุชนิดสินค้าด้วยรหัสตัวเลข 6 หลัก สำหรับแจ้งภาษีอากร  ซึ่งประกาศใช้โดย องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO)  เกิดจากความร่วมมือกันของสมาชิกกว่า 176 ประเทศ และประเทศไทยได้เข้าร่วม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 และระบบนี้ได้รับการยอมรับจากองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) จึงได้นำมาใช้เป็นสากลทางการค้าระหว่างประเทศ

เนื่องจากแต่ละประเทศมีสินค้าที่หลากหลายเพราะแต่ละประเทศอาจมีวัตถุดิบไม่เหมือนกัน และมีชื่อเรียกแตกต่างกัน จึงต้องมีอะไรสักอย่างที่กำหนดให้เข้าใจตรงกันในระดับสากลเกี่ยวกับประเภทและชนิดสินค้านั้น จึงมีการรวมกลุ่มแลัวกำหนดเกณฑ์ให้เข้าใจตรงกัน จึงประกาศใช้ระบบ HS CODE นั่นเอง

รหัส HS หรือ HTS ย่อมาจาก Harmonized System หรือ Harmonized Tariff Schedule พัฒนาโดยองค์การศุลกากรโลก (WCO) รหัสที่ใช้ในการจำแนกและกำหนดสินค้าที่ซื้อขายในระดับสากล ในกรณีส่วนใหญ่เพื่อนำเข้าหรือส่งออกสินค้าระหว่างประเทศสินค้าที่ซื้อขายจะต้องได้รับรหัส HTS ที่สอดคล้องกับตารางภาษีฮาร์โมไนซ์ของประเทศที่นำเข้า

ความแตกต่างระหว่างรหัส HS และรหัส HTS คือจำนวนหลักภายในรหัส รหัสที่มีหกหลักคือมาตรฐานสากล (HS Code) และรหัสที่มี 7-11 หลัก (HTS Code) มักจะไม่ซ้ำกันหลังจากตัวเลขที่ 6 และกำหนดโดยประเทศที่นำเข้าแต่ละประเทศ “

HS Code ดูอย่างไร?

HTS

 

 

HTS Code หรือ พิกัดรหัสสถิติ 

    นอกจากพิกัดศุลกากร (HS Code) แล้ว ในการนำไปใช้งานจริง เราจะไม่ได้ใช้เพียงรหัสพิกัดศุลกากรเท่านั้น แต่จะใช้ตัวเลขทั้งหมด 10 ตัวด้วยกัน เราเรียกว่า “พิกัดรหัสสถิติ”  (HTS Code)

พิกัดรหัสสถิติ (Commodity Code) หมายถึง ตัวเลข 11 ตัวที่ระบุสินค้าแต่ละรายการ เพื่อใช้ในระบบสากลและสื่อความหมายของพิกัด ประกอบไปด้วย ตอน ประเภท ประเภทย่อย และรหัสสถิติ ซึ่งสามารถแบ่งตัวเลขออกเป็นหมวดต่างๆ ได้ดังนี้

1. เลข 4 ตัวแรก

มาจากเลขชุด 6 ตัวของ HS Code พิกัดศุลกากร จะเป็นประเภท (Heading No.) แยกเป็น

  • 2 ตัวแรกเป็นเลขลำดับของ “ตอน”
  • 2 ตัวหลังเป็นเลขลำดับของ “ประเภท” ที่อยู่ในตอนนั้น

ตัวอย่างเช่น ตอนที่ 29 กำหนดให้เป็นเคมีภัณฑ์อินทรีย์ และประเภทที่ 29.07 คือ ฟีนอลและฟีนอลแอลกอฮอลล์

2. เลข 4 ตัวต่อมา

เป็นลำดับของ “ประเภทย่อย” (Subheading No.) ประกอบไปด้วย

  • เลข 2 ตัวแรก เป็นเลข 2 ตัวที่เหลือจากเลขชุด 6 ตัวของ HS Code พิกัดศุลกากร
  • เลข 2 ตัวหลัง เป็นประเภทย่อยระบบพิกัด

เลข 2 ตัวหลังนี้ เช่น ประเทศไทยใช้ระบบพิกัดศุลกากรอาเซียน (CEPT Code / the AHTN Protocol) ก็จะเป็นเลขขอพิกัดนี้ เมื่อรวมกับข้อ 1 จะเป็น 8 ตัว (ส่วนใหญ่เป็นเลข 8 ตัว) ตัวอย่างเช่น 2907.10.00 คือ ฟีนอล (ไฮดรอกซิเบนซิน)

3. เลข 2 ตัวสุดท้าย

คือ เลขรหัสสถิติ (Statistics code) ซึ่งเป็นรหัสสินค้า (Code for goods) และรหัสหน่วยสินค้า (Unit of goods) โดยตัวเลข 2 หลักสุดท้าย จะเป็นรหัสสถิติที่กำหนดโดยแต่ละประเทศ ทำให้รวมแล้วมี 10 ตัว

 

ความสำคัญของพิกัดศุลกากร หรือ HS Code 

เราได้เห็นกันแล้วว่าพิกัดศุลกากร HS Code มีความสำคัญต่อการระบุจำแนกชนิดและประเภทของสินค้า โดยความสำคัญ คือ

1. กรมศุลกากรจะใช้ HS Code ในการกำหนดอัตราภาษีสินค้าทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งสินค้าขาเข้ามักมีการเรียกเก็บภาษี แต่สินค้าขาออกสำหรับประเทศไทยส่วนใหญ่มักไม่ต้องเสียภาษี

2. HS Code จะช่วยให้เราทราบประเภทของสินค้าและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร หรือฟอร์มลดหย่อนภาษี FTA (Free Trade Area) ได้อย่างถูกต้อง

3. HS Code ช่วยให้เราสามารถคำนวณต้นทุนในการประกอบการ และตั้งราคาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการที่เราทราบอัตราภาษีอากรที่ชัดเจน

วิธีการหาพิกัดศุลกากร HS Code และรหัสพิกัดสินค้า HTS Code

หากคุณต้องการค้นหาพิกัดศุลกากรหรือรหัสพิกัดสินค้า คุณสามารถค้นหาได้หลายช่องทาง ซึ่งมีความสะดวกสบาย และไม่ยุ่งยาก ดังนี้

 

juice-tile

 

 


บทความจาก
https://vayoit.com
https://fastship.co

Why is market price so important when selling on amazon?

Quick definition on price: Price is both the money someone charges for a good or service and what the consumer is willing to give up to receive a good or service.

Image result for price

The price a business charges for its product or service is one of the most important business decisions management make. For example, unlike the other elements of the marketing mix (product, place & promotion), pricing decisions affect revenues rather than costs. Pricing also has an important role as a competitive weapon to help a business exploit market opportunities.

Pricing also has to be consistent with the other elements of the marketing mix, since it contributes to the perception of a product or service by customers.

Image result for price and service

Setting a price that is too high or too low will – at best – limit the business growth. At worst, it could cause serious problems for sales and cash flow. The logic should be: if sales are high then the prices get raised, if sales are low then the prices get lowered. Unfortunately, things are not as simple as that. Though what you want to avoid is a race-to-the-bottom which is the concept whereby you price your products less than anything your competitors are offering to dominate the market.

Image result for price

Amazon’s algorithm is very complex and cutting your margins through price reductions doesn’t always improve your position on Amazon. That is why it is paramount to understand the various differences in pricing and the various pricing strategies. There are two types of prices on Amazon, that any seller must be familiar with:

Image result for amazon pricing

Item price – this is the cost of a product only. This is the price customers will see minus shipping costs and any other factors that may affect the total price.

Total price or landed price is the price with everything included – this is what the customer, should they buy, pays. The following are included in the total price:

  • Shipping and handling charges;
  • Discounts, rebates, or special sales/promotions you offer/make with respect to purchases;
  • Shipping method;
  • Programs or any other services involved in checking the market, prices and sales.
  • Low-price guarantees.

Note: If you find your product is in the ‘Other Sellers on Amazon’ section (where you don’t have the Buy Box yourself) you ought to bear in mind Amazon lists products based on product price AND shipping price.

So why exactly is market price important again? to be put simply, it is because you don’t want to go over the price of your competitors, you don’t want to go too cheap or it will affect you negatively but to find the right balance in prices to get optimum positioning on the search page on amazon as well as among other competitors in the ” see other sellers” sections