
APHIS (Animal and Plant Health Inspection Service) เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (USDA – United States Department of Agriculture) ที่มีหน้าที่หลักในการปกป้องสุขภาพของพืชและสัตว์ภายในประเทศ ตลอดจนป้องกันศัตรูพืชและโรคสัตว์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม
APHIS Registration คือ การลงทะเบียนกับ APHIS เพื่อให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ พืช สัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร สามารถนำเข้าสหรัฐอเมริกาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สินค้าที่ต้องลงทะเบียนกับ APHIS
1. พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช

- ผลไม้ ผักสด หรือแปรรูปบางประเภท
- เมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูก
- ต้นไม้และพืชมีชีวิต
- ผลิตภัณฑ์จากพืช เช่น ไม้แปรรูป ไม้ไผ่ เส้นใยพืช
2. สัตว์มีชีวิตและผลิตภัณฑ์จากสัตว์

- ปศุสัตว์ (โค กระบือ สุกร แกะ แพะ ม้า ฯลฯ)
- ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ขนสัตว์ หนังสัตว์ กระดูกสัตว์
- อาหารสัตว์เลี้ยงที่มีส่วนผสมจากสัตว์
3. อาหารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

- อาหารที่มีส่วนผสมของพืช และสัตว์บางประเภท เช่น อาหารกระป๋อง เนื้อแปรรูป ผลิตภัณฑ์นม ไข่ น้ำผึ้ง
- อาหารแช่แข็งหรือสดที่มีวัตถุดิบจากสัตว์
- เมล็ดพืช ถั่ว ข้าว ธัญพืชที่ยังไม่ผ่านกระบวนการต่างๆ
สินค้าที่ได้รับการยกเว้น จากข้อกำหนดของ APHIS
- พืชและผลิตภัณฑ์จากพืชที่ผ่านการแปรรูปแล้ว
- อาหารสัตว์สำเร็จรูปที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ดิบ
- ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแล้ว
- วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีความเสี่ยงต่อศัตรูพืช
ขั้นตอนการลงทะเบียน APHIS
1. ตรวจสอบว่าสินค้าของคุณต้องลงทะเบียนกับ APHIS หรือไม่
2. สร้างบัญชีใน APHIS eFile หรือ ePermits
เอกสารที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน
- ข้อมูลบริษัท/ผู้ส่งออก (ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล)
- ข้อมูลสินค้า (ประเภทสินค้า แหล่งกำเนิด วัตถุดิบ)
- ใบอนุญาตหรือใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (หากมี)
3. กรอกแบบฟอร์มและขอใบอนุญาตนำเข้าส่งออก
- หลังจากสร้างบัญชีแล้ว ต้องกรอกแบบฟอร์มขอใบอนุญาตนำเข้าส่งออกสินค้า ตามประเภทสินค้าที่เกี่ยวข้อง
4. รอการตรวจสอบและอนุมัติจาก APHIS
- APHIS จะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารของคุณ ซึ่งอาจใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
5. ปฏิบัติตามข้อกำหนดการนำเข้าส่งออกของ APHIS
6. ติดตามสถานะและต่ออายุใบอนุญาตตามที่กำหนด
- ใบอนุญาตนำเข้าของ APHIS ส่วนใหญ่มีอายุ 1 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า)
ความสำคัญของ APHIS Registration
1. การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย
- สหรัฐอเมริกามีกฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าเกษตรเพื่อป้องกันโรคและศัตรูพืช
- หากไม่มีการลงทะเบียนหรือไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง สินค้าอาจถูกกักกัน ส่งกลับ หรือถูกทำลาย
2. ป้องกันโรคและศัตรูพืชที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรม
- APHIS Registration ช่วยควบคุมและป้องกัน การนำเข้าเชื้อโรค ศัตรูพืช และสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่อาจส่งผลเสียต่อพืชและสัตว์ในสหรัฐฯ
3. เพิ่มความน่าเชื่อถือของธุรกิจในระดับสากล
- การลงทะเบียนกับ APHIS แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจของคุณปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ
4. สนับสนุนการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
- สินค้าที่ได้รับการลงทะเบียนผ่าน APHIS ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และความปลอดภัย
- ช่วยให้ลูกค้าและผู้บริโภคมั่นใจในผลิตภัณฑ์ว่าปลอดภัย ไม่มีสารปนเปื้อน หรือศัตรูพืชที่เป็นอันตราย
Terrestrial มีบริการครบวงจรสำหรับผู้ที่ต้องการส่งออกอาหารสัตว์ไปยังสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่การดำเนินการด้านเอกสาร การขอใบอนุญาตนำเข้า (APHIS Import Permit) โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
- การติดตั้งและการลงทะเบียนหมวดหมู่แรก $500
- การลงทะเบียนหมวดหมู่ประเภทต่อไป +$100
- ค่าธรรมเนียมการรับรองอยู่ที่ $303
- ค่าบริการต่ออายุ $197 ต่อปี (ต่อประเภทเนื้อสัตว์)
การลงทะเบียนกับ APHIS (Animal and Plant Health Inspection Service) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ หรืออาหารสัตว์ไปยังสหรัฐอเมริกาต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้สามารถนำเข้าสินค้าได้อย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงปัญหากับศุลกากรสหรัฐฯ (CBP – Customs and Border Protection)
