การก้าวเข้าสู่ตลาดออร์แกนิกของสหรัฐอเมริกาไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณเข้าใจว่าต้องติดต่อใครและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
🏢 หน่วยงานตรวจรับรอง (Certifying Agents) ในประเทศไทย
แม้ว่า USDA จะเป็นเจ้าของมาตรฐาน แต่พวกเขาไม่ได้ออกใบรับรองเอง ผู้ประกอบการในไทยต้องติดต่อหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต (Accredited Certifying Agents) ซึ่งมีทั้งหน่วยงานไทยและสาขาของหน่วยงานต่างประเทศดังนี้:
- สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท. หรือ ACT): เป็นหน่วยงานไทยที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับสากล
- Control Union (Thailand): สาขาของหน่วยงานระดับโลก (Control Union Certifications)
- Bioagricert (Thailand): หน่วยงานสากลที่มีสาขาในไทย ให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์หลายประเภท
- Ecocert (Thailand): หน่วยงานตรวจรับรองระดับสากลที่ผู้ประกอบการไทยนิยมใช้ในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดอเมริกาและยุโรป
คำแนะนำ: คุณสามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยงานที่ได้รับการรับรองปัจจุบันได้ที่ Organic Integrity Database (INTEGRITY) ของ USDA
📋 6 ขั้นตอนทั่วไปในการขอรับรองมาตรฐาน NOP

กระบวนการโดยรวมตั้งแต่วันเริ่มต้นจนถึงได้รับใบรับรอง มีลำดับขั้นตอนดังนี้ :
- การสมัครและยื่นแผนงาน (Application & OSP): ผู้ประกอบการยื่นใบสมัครพร้อม Organic System Plan (OSP) ซึ่งเป็นเอกสารระบุรายละเอียดการจัดการฟาร์ม
- การทบทวนเอกสาร (Document Review): หน่วยงานตรวจรับรองจะตรวจสอบเอกสาร OSP เพื่อดูว่าแผนงานของคุณมีความเป็นไปได้ที่จะผ่านเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่
- การตรวจประเมิน ณ สถานที่จริง (On-site Inspection): เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินจะลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบกระบวนการผลิต การจัดเก็บ และการป้องกันการปนเปื้อน
- การรายงานผล (Inspection Report): เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานการตรวจสอบและแจ้งให้คุณทราบ หากมีข้อไม่สอดคล้อง (Non-conformity) คุณต้องดำเนินการแก้ไข (Corrective Action) ตามระยะเวลาที่กำหนด
- การตัดสินผลการรับรอง (Certification Decision): ผู้ตัดสิน (Certification Officer) ที่ไม่ได้ลงตรวจพื้นที่ จะพิจารณารายงานและเอกสารแก้ไขทั้งหมดเพื่อตัดสินผลการรับรอง
- การออกใบรับรอง (Issue Certificate): หากผ่านเกณฑ์ คุณจะได้รับใบรับรอง NOP เพื่อใช้ในการอ้างอิงและส่งออก
📝 เอกสารสำคัญสำหรับการยื่นแผนการจัดการเกษตรอินทรีย์ (OSP)
การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนจะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบรวดเร็วขึ้น โดยเอกสารหลักที่ต้องเตรียมมีดังนี้:

- ข้อมูลพื้นฐานและแผนผัง
- แผนที่ฟาร์ม/โรงงาน
- ประวัติการใช้ที่ดิน
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
- แผนการจัดการดินและปัจจัยการผลิต
- รายการปัจจัยการผลิต
- แผนการจัดการความอุดมสมบูรณ์
- ข้อมูลเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า
- หลักฐานแหล่งที่มาของเมล็ดพันธุ์
- มาตรการป้องกันการปนเปื้อน
- การจัดการแนวกันชน
- แผนการทำความสะอาดเครื่องจักร
- ระบบการบันทึกข้อมูลและตรวจสอบย้อนกลับ
- บันทึกกิจกรรมในฟาร์ม
- บันทึกการซื้อ-ขาย
- ตัวอย่างรหัสล็อตสินค้า
- ฉลากผลิตภัณฑ์
