ศิลปะอิสลาม ลวดลายที่ซับซ้อนของดอกไม้ และการประดิษฐ์ตัวอักษร

Islamic art

“ศิลปะอิสลาม” เป็นคำศัพท์เฉพาะสำหรับทัศนศิลป์หลังศตวรรษที่ 7 ซึ่งสร้างขึ้นจากศิลปินมุสลิม ศิลปะอิสลามไม่ใช่ศิลปะของประเทศใดประเทศหนึ่งหรือกลุ่มชนใดกลุ่มหนึ่ง เพราะเป็นศิลปะที่พัฒนามาจากแหล่งต่างๆมากมาย (ประกอบด้วยองค์ประกอบจากศิลปะกรีกและคริสเตียนยุคแรก วัฒนธรรมตะวันออกกลางที่ยิ่งใหญ่ของอียิปต์ไบแซนเทียมและเปอร์เซียโบราณพร้อมกับวัฒนธรรมตะวันออกไกลของอินเดียและจีน) เนื่องจากในระหว่างนั้นมีสถานการณ์ทางประวัติศาสตร์ การยึดครอง การรวมกันของดินแดนต่าง ๆ การถูกรุกราน เพราะเหตุนี้ศิลปะอิสลามจึงมีความซับซ้อนมาก

รูปแบบและการตกแต่งของศิลปะอิสลาม

องค์ประกอบที่สำคัญของในศิลปะอิสลาม ได้แก่ ลวดลายดอกไม้และการประดิษฐ์ตัวอักษร อีกทั้งลวดลายเหล่านี้มักจะเกิดซ้ำ ๆ

Floral Patterns (ลวดลายดอกไม้)

ศิลปินชาวอิสลามมักใช้ดอกไม้(พืชที่มีรูปทรงเรขาคณิต)และต้นไม้เป็นลวดลายตกแต่งลำหรับสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวและอาคาร รูปแบบของศิลปะที่หรูหราและซับซ้อนมักใช้ลายดอกไม้เป็นพื้นฐาน ซึ่งลวดลายเหล่านี้จะทำให้เกิด “รูปแบบที่ไม่สิ้นสุด” กล่าวนี้มันสามารถวาดได้อย่างเรื่อย ๆ ด้วยเส้นโค้งที่ซ้ำกันจนครอบคลุมไปทั่วพื้นผิวทั้งหมด

Calligraphy (การประดิษฐ์ตัวอักษร)


กระเบื้องที่มีการประดิษฐ์ตัวอักษรในลานของมัสยิด Süleymaniye ในอิสตันบูล (ตุรกี)

  • การประดิษฐ์ตัวอักษรเป็นศิลปะการเขียนที่สร้างขึ้นเพื่อความสวยงามและเพื่อถ่ายทอดความคิด เป็นศิลปะโบราณและเป็นงานประดับที่วิจิตรบรรจงและยังใช้งานได้จริงอีกด้วย
  • อิสลามมีการเติบโตรูปแบบศิลปะที่แตกต่างได้รับการพัฒนาโดยอาศัยการประดิษฐ์ตัวอักษร นอกจากนี้ศิลปะอิสลามไม่ให้แสดงภาพสัตว์หรือคนด้วยเหตุผลทางศาสนาการประดิษฐ์ตัวอักษรจึงกลายเป็นวิธีการตกแต่งที่สำคัญและเป็นรูปแบบศิลปะที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง

  • การประดิษฐ์ตัวอักษรภาษาอาหรับมีบทบาทสำคัญในศิลปะอิสลามและได้รับการผสมผสานเข้ากับรูปแบบการตกแต่งทุกประเภทในศิปละอิสลาม ไม่ว่าจะ กระดาษ กระเบื้อง ภาชนะ พรมและหิน
กระเบื้องสี่เหลี่ยม kufic ใน Yazd ประเทศอิหร่าน
ชามที่มีการประดิษฐ์ตัวอักษร Kufic

งานออกแบบลวดลายตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือ (Calligraphic-ศิลปะการตวัดเส้น) เป็นสิ่งที่พบได้ทุกหนแห่งในศิลปะอิสลาม ปกติแล้วได้รับการแสดงออกในการผสมผสานกับข้อความสั้นๆ ที่นำมาจากพระคัมภีร์อัล-กุรอ่าน และคำประกาศต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ มีสองรูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ Kufic และ Naskh ซึ่งสามารถพบได้ในการตกแต่ง เพื่อเพิ่มเติมหรือยกระดับความดึงดูดทางสายตาของกำแพงและโดมต่างๆ ของอาคารสิ่งก่อสร้าง ด้านข้างต่างๆ และอื่นๆ พระคัมภีร์ที่คัดลอกด้วยลายมือ การผลิตเหรียญ และงานศิลปะชั้นรองอื่นๆ แม้กระทั่งบนเคื่องบิน บ่อยครั้งที่มีการตกแต่งด้วยลวดลายตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือ

ในภาพอาจจะมี เครื่องบิน

เมื่อมาถึงจุดนี้จะสังเกตได้ว่าศิลปะอิสลามจะไม่มีสิ่งมีชีวิตประกอบอยู่ในนั้นมีเพียงลวดลายที่ซับซ้อนของดอกไม้และตัวอักษรอาหรับประกอบอยู่ในนั้นเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้มักมีเหตุผลของมัน เนื่องจากมีการห้ามแสดงภาพสิ่งมีชีวิตที่มีชีวิต และอีกส่วนคือการห้ามบูชารูปหรือเคารพ และอีกส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อว่าการสร้างสิ่งมีชีวิตเป็นสิทธิพิเศษของพระเจ้า

ตัวอย่างสิ่งทอที่มีองค์ประกอบหลักของศิลปะอิสลาม

พรมเปอร์เซียทำด้วยมือแบบดั้งเดิม

ไม่มีสิ่งทอไหนของอิสลามที่เป็นที่รู้จักเท่าพรม เนื่องจากพรมใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ถูกนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของอิสลามและมุสลิมตั้งแต่การปูพื้นไปจนถึงการตกแต่งสถาปัตยกรรมตั้งแต่หมอนอิงไปจนถึงหมอนข้างไปจนถึงกระเป๋าและกระสอบทุกรูปทรงและขนาดและวัตถุทางศาสนา (เช่นพรมสำหรับละหมาด)

พรม Ushak ของตุรกี
ผ้าบาติกแบบศาลชวา


ตัวอย่างงานเซรามิค

จานสไตล์ฮิสปาโน
ชามดินเผาเคลือบใต้จาก Nishapur ศตวรรษที่ 11
จานสไตล์มอเรสก์
จานสไตล์ Manises ในศตวรรษที่ 16

ศิลปะอิสลามมีผลงานที่โดดเด่นมากในงานเซรามิกทั้งในเครื่องปั้นดินเผาและกระเบื้องสำหรับผนัง ซึ่งแต่ละสมัยจะมีรูปแบบเซรามิคที่แตกต่างกันไม่ว่าสไตล์ฮิสปาโน – มอเรสก์เกิดขึ้นในอัล – อันดาลุซหรือมุสลิมสเปนในศตวรรษที่ 8 ภายใต้อิทธิพลของอียิปต์

**โลกอิสลามในยุคกลางยังมีเครื่องปั้นดินเผาที่มีภาพวาดเป็นรูปสัตว์และมนุษย์ ตัวอย่างมีอยู่ทั่วโลกอิสลามยุคกลางโดยเฉพาะในเปอร์เซียและอียิป

ลวดลายศิลปะบนผนัง

อาคารอิสลามที่เก่าแก่ที่สุดเช่น โดมออฟเดอะร็อค ในกรุงเยรูซาเล็มมีผนังภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคในสไตล์ไบแซนไทน์ แต่ไม่มีรูปมนุษย์ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 เป็นต้นมา อิสลามที่โดดเด่นในการปูกระเบื้องเคลือบสีสดใสสำหรับผนังภายในและภายนอก โดยใช้การผสมผสานของกระเบื้องแต่ละสี ตัดให้มีรูปร่างหรือมีขนาดเล็กและมีรูปทรงไม่กี่รูปแบบใช้เพื่อสร้างลวดลายเรขาคณิต อีกทั้งยังมีองค์ประกอบบางส่วนที่เป็นตัวอักษรจารึกไว้

แค่นี้เราก็จะเห็นคร่าว ๆ กันแล้ว ว่า ศิลปะอิสลามมักจะกระจายเป็นแนวกว้าง แต่ที่เราสามารถสังเกตได้เลยคือ การเลือกใช้ลวดลายดอกไม้ ต้นไม้ เถาวัลย์สลับคดเคี้ยวไปมา อีกทั้งยังมีการใช้อักษรมาเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะเหล่านั้น

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.