Amazon Upstream Storage คืออะไร มีประโยชน์ต่อผู้ขายอย่างไร

สำหรับผู้ขาย FBA (Fulfillment by Amazon) มักพบปัญหากับการวางแผนการเติมสินค้าคงคลังไปที่คลังอเมซอน หรือปัญหาในด้านการขนส่ง ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา Amazon จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างและปรับปรุงระบบการขนส่งและจัดเก็บสินค้า โดย Amazon เพิ่มคลังสินค้า ‘ศูนย์รับขาเข้า’ เพื่อป้อนให้คลังสินค้าอื่น ๆ

Amazon Upstream Storage

เป็นโปรแกรมที่ทาง Amazon เปิดขึ้นมาเพื่อใช้กับผู้ขาย FBA เพื่อปรับปรุงการเติมสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (สำหรับการขนส่งและจัดเก็บ FCL (Full Container Load)) กล่าวคือ Amazon Upstream Storage จะเป็นคลังสินค้าขนาด 517,000 ตารางฟุตที่ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์รับขาเข้า” และกระจายสินค้าออก และต้นทุนการจัดเก็บโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 47% – 63% ต่ำกว่าในคลังสินค้าอื่น ๆ

ซึ่งการทำงานของระบบดังกล่าวจะเป็นการรับและจัดเก็บการจัดส่ง FCL โดยตรงจากซัพพลายเออร์ของผู้ขายและแจกจ่ายสินค้าคงคลังโดยอัตโนมัติจากสถานที่จัดเก็บต้นทาง(ศูนย์รับขาเข้า)ไปยังคลังสินค้าต่าง ๆ (Prime-ready fulfillment centers*) โดยอาศัยเทคโนโลยีเพื่อติดตามระดับสินค้าคงคลัง FBA ของผู้ขายและเติมสต็อคตามความจำเป็น

Amazon ระบุว่า “หากผลิตภัณฑ์ของคุณมีสินค้าคงคลังเพียงพอในศูนย์รับขาเข้า ลูกค้ายังสามารถค้นหาและซื้อผลิตภัณฑ์ได้แม้ว่าจะหมดสต็อกในคลังสินค้าต่าง ๆ (Prime-ready fulfillment centers*)”

*Prime-ready fulfillment centers คือโกดังสำหรับการจัดเก็บสินค้า Prime ซึ่งรับรองว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าภายใน 2 วัน

สำหรับตอนนี้ โปรแกรมดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ผู้ขายที่นำสินค้าคงคลังจากจีนและฮ่องกงโดยใช้การขนส่งทางทะเลผ่าน Amazon Global Logistics

ประโยชน์ Amazon Upstream Storage

1.ไม่จำกัดการเติมสต็อก (No restock or storage limits)

การจัดส่งแบบ FCL เข้าไปยังศูนย์รับขาเจ้าจะไม่ถูกนับรวมกับขีดกำจัดของการจัดเก็บในสต็อก ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีสต็อกเหลือน้อยและถึงขีดจำกัดการเติมสต็อก จนไม่สามารถส่งเพิ่มได้ Amazon Upstream Storage จะเข้ามาเป็นเป็นตัวเลือกที่ช่วยบรรเทาข้อจำกัดเหล่านี้

กล่าวคือ ต้องการส่งสินค้าเข้า Amazon อเมริกาโดยซัพพลายเออร์อยู่ที่จีนหรือฮ่องกง ให้คุณเลือกใช้ Amazon Global Logistics (AGL) หรือ AGL(เป็นบริการขนส่งสินค้าที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Amazon) ในการขนส่งย้ายสินค้าดังกล่าวเข้าศูนย์รับสินค้า โดยไม่ต้องจ้างบริษัท 3PL(Third-party logistics)

2.ระบบการเติมสต็อกและส่งสินค้าครบถ้วน

Amazon จะเป็นผู็ดูแลการส่งเติมสต็อกสินค้าในคลัง FBA ของคุณ จากศูนย์รับขาเข้าไปยังคลังสินค้า Prime-ready โดยระยะเวลาการส่งมอบจะอยูที่ 1-7 วัน

3.Auto-restocking และ In-Stock Head Start

Amazon Upstream Storage จะใช้โปรแกรมที่เติมสินค้าอัตโนมัติให้คลังสินค้า Prime-ready เพื่อช่วยให้ผู็ขายหลีกเลี่ยงสินค้าหมด และผู้ขายยังได้รับประโยชน์จาก In-Stock Head Start ที่ลูกค้ายังคงสามารถหาสินค้าของคุณได้ แม้ว่าสินค้าจะหมดชั่วคราวในคลังต่าง ๆ แต่สินค้าของผู้ขายต้องยังมีสต็อกในศูนย์รับขาเข้า

4.ต้นทุนการจัดเก็บ

จากข้อมูลของ Amazon ค่าธรรมเนียมการจัดเก็บของศูนย์รับขาเข้าจะต่ำกว่าคลังสินค้าอื่น ๆ(FCs) ประมาณ 63% เนื่องจากคลังสินค้าปกติ(FCs) มีขนาดใหญ่กว่า จัดเก็บสินค้าที่หลากหลาย และตั้งอยู่ศูนย์กลางของประชากรจึงมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ศูนย์รับขาเข้ามักอยู่บริเวณนอกเมื่อง และไม่ต้องการระบบอัตโนมัติมากนัก

ข้อเสียของ Amazon Upstream Storage

หลังจากที่เราทราบข้อดีของ Amazon Upstream Storage กันไปบ้างแล้ว ต่อไปมาทราบข้อจำกัดหรือข้อเสียที่อาจทำให้ผู้ขายลังเลในการใช้บริการนี้

1.การเลือกการจัดส่งเข้าศูนย์รับขาเข้าโดย AGL จำเป็นต้องลงทะเบียน และอาจใช้เวลานาน และมีอุปสรรคบางจุด เช่น ด้านการตั้งค่าข้อมูลผู้นำเข้า ด้านศุลกากรเป็นต้น นอกจากนี้บริการ AGL มีราคาแพงกว่าบริษัทขนส่งสินค้าภายนอก ประมาณ 20% ถึง 30%

2. จำกัดเฉพาะสินค้าขนาดมาตรฐานเท่านั้น ดังนั้นผู้ขายสินค้าขนาดใหญ่จึงไม่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมได้ในขณะนี้

3. การขนย้ายสินค้าจากศูนย์รับขาเข้าไปยังคลังสินค้า Prime-ready เท่านั้น

4.Amazon Upstream Storage เป็นโปรแกรมใหม่ฉะนั้นอาจต้องรับความเสี่ยงเรื่องความคล่องตัว

____________

หากคุณเป็นผู้ขายบนเว็บไซต์ Amazon และต้องการส่งสินค้าเข้าคลังโกดัง FBA แบบ LCL (Less than Container Load) ให้ทางบริษัท เทอเรสเทรียล เป็นตัวเลือกด้านการขนส่งของคุณ นอกจากนี้เรายังมีโกดังสินค้าอเมริกา ซึ่งคุณสามารถนำสินค้าไปพักที่นั่นก่อนการนำส่งคลังสินค้า FBA ได้

บริการของเรา | Amazon | ค่าบริการขนส่ง | บริการฝากเก็บสินค้าชั่วคราวที่อเมริกา | ลงทะเบียน USFDA สำหรับอาหาร

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.