“Garnishing” ในบริบทของอาหารหมายถึง การเพิ่มส่วนประกอบเล็กๆ หรือการตกแต่งบนอาหารเพื่อเพิ่มความสวยงามและความน่าสนใจให้กับจานอาหาร การ Garnish ไม่เพียงแต่ทำให้อาหารดูดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มรสชาติหรือเสริมประสบการณ์ในการรับประทานอาหารได้ด้วย
การตกแต่งหรือ Garnishing ในอาหารไทยเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและเพิ่มประสบการณ์ทางรสชาติให้กับอาหาร โดยมีการใช้วัตถุดิบและวิธีการตกแต่งที่หลากหลาย และมักใช้สำหรับการเพิ่มรสชาติกับกลิ่นหอมของอาหาร
1.ใบสะระแหน่และใบมะกรูด: ใช้เพิ่มสีสันและรสชาติที่สดชื่น ใบมะกรูดยังช่วยเพิ่มกลิ่นหอมในอาหาร
2.ผักชีและต้นหอมซอย: นิยมใช้เป็น garnish ในซุป แกง และจานอาหารประเภทต่างๆ เพื่อเพิ่มความหอมและสีสัน
3.พริกแดงหรือพริกขี้หนูซอย: ใช้เพิ่มสีแดงสวยและความแซ่บในอาหาร โดยเฉพาะในจานที่ต้องการความเผ็ดร้อน
4.แตงกวาและมะเขือเทศ: นำมาแกะเป็นรูปทรงต่างๆ หรือตัดเป็นชิ้นเพื่อตกแต่งจานอาหาร
5.ผลไม้เช่นมะพร้าวอ่อนและมะนาว: บางครั้งอาหารไทยจะใช้ผลไม้เพื่อเพิ่มความสวยงามและรสชาติที่หลากหลาย
6.ดอกไม้สด: ในอาหารไทยที่มีการเสิร์ฟในโอกาสพิเศษหรืออาหารจานพิเศษ การใช้ดอกไม้สดเป็น garnish เพื่อเพิ่มความสวยงามและความพิเศษให้กับจานอาหาร
การจัดแต่งหรือการตกแต่งอาหารตะวันตก (Western food garnishing)
1.ใช้สมุนไพรสด: การวางใบโหระพา, ใบมิ้นท์, หรือผักชีฝรั่งอย่างสวยงามบนจานอาหารเพื่อเพิ่มสีสันและกลิ่นหอม สามารถใช้สมุนไพรเหล่านี้ในลักษณะที่เน้นความสดชื่น หรือเพื่อเสริมความโดดเด่นของอาหารได้
2.การแต่งด้วยผลไม้หรือผัก: ใช้ผลไม้เช่นมะนาว, สตรอเบอรี่ หรือผักสด เช่น แครอท, แตงกวา ที่หั่นเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อเพิ่มความสวยงาม
3.ซอสและเครื่องเทศ: การเติมซอสหรือเครื่องเทศในลักษณะที่สวยงาม เช่น การสร้างลวดลายบนจานหรือรอบๆ อาหาร
4.ตกแต่งด้วยชีสหรือเนื้อสัตว์: ใช้ชีสหั่นเป็นรูปทรงต่างๆ หรือเนื้อสัตว์หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับจาน
5.การจัดเรียงอาหาร: การจัดเรียงอาหารให้มีลักษณะที่ดูดีและน่ารับประทาน เช่น การจัดแบบชั้นๆ หรือจัดเรียงอย่างมีศิลปะ






















