From Blog 1, how can we test for porosity? วิธีการตรวจเช็ค ความพรุนของเนื้อดินทำอย่างไร

จาก Blog ที่แล้วที่ เรา พูดถึง ความพรุนของดิน ประเภท สาเหตุ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพรุนของดิน ซึ้งจะขอเพิ่มเพิ่มรายละเอียด ไปถึง การแบ่งประเภทของความพรุน และวิธีการตรวจเช้คดังนี้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ ความพรุน ของดิน

อุณหภูมิในการเผา: การเผาดินสามารถเพิ่มหรือลด ความพรุน ได้ ขึ้นอยู่กับว่าดินได้รับการหลอมเหลวมากน้อยเพียงใด ซึ้งการเผามักอ้างอิ่งจากชนิดของดินด้วย

ขนาดของเม็ดดิน: เม็ดดินที่ละเอียดหยาบ เนื้อไม่แน่น มักจะมี ความพรุน สูง

ส่วนประกอบแร่ธาตุ: แร่ธาตุบางชนิดสามารถทำให้ดินมีโครงสร้างที่มี พรุน สูง เช่นดินที่ได้จากการทับถมของตะกอน หิน และทราบ หากมีส่วนประกอบประเภทนี้มากมักจะ พรุนสุง

ความพรุนของดิน มีผลสำคัญต่อการควบคุมคุณสมบัติของดินทั้งในระหว่างการใช้งานและหลังการเผา

ตัวอย่างจำลองการขยายรูพรุนในดิน



ประเภทของ ความพรุน ในดิน

  • Macropores (ช่องว่างขนาดใหญ่): ช่องว่างขนาดใหญ่ที่ทำให้ดินสามารถระบายน้ำได้ดีและอากาศสามารถเคลื่อนที่ผ่านได้สะดวก ส่วนนี้สำคัญสำหรับการปลูกพืชเพราะช่วยให้รากพืชได้รับออกซิเจน
  • Micropores (ช่องว่างขนาดเล็ก): ช่องว่างขนาดเล็กที่เก็บน้ำไว้ในดินและทำให้ดินมีความชื้นคงอยู่ได้ดีขึ้น แต่ช่องเหล่านี้ไม่สามารถระบายน้ำได้เร็ว ซึ่งจะส่งผลให้ดินค่อนข้างอุ้มน้ำ
วิธีการวัด ความพรุน ของดิน

1.การวัดน้ำหนัก วิธีนี้ใช้การเปรียบเทียบระหว่างน้ำหนักของดินที่แห้งและน้ำหนักรวมที่มีน้ำ

2.วิธีการน้ำท่วม วัดปริมาณน้ำที่สามารถซึมเข้าไปในดินโดยการเติมน้ำเข้าไปในตัวอย่างดินที่แห้งจนถึงจุดที่น้ำไม่สามารถซึมเข้าไปได้อีก ซึ่งปริมาณน้ำที่ดินสามารถดูดซับจะบ่งชี้ถึง ความพรุนของดิน สามารถทำกับดินหลายชนิดโดยใช้ตัวดิน 1 ตัวเป้นตัวชี้วัด

ภาพข้อเปรียบเทียบดิน
ที่มาและข้อมูลบางส่วน
https://ceramicslp.blogspot.com
ขั้นตอนการเกิด ความพรุน
  • การก่อตัวของดิน: เมื่อแร่ธาตุจากหินหรือวัสดุอื่นๆ ถูกพัดพาหรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเกิดขึ้น เช่น การผุกร่อนของหินที่มีแร่ธาตุ ทำให้เกิดดินที่มีโครงสร้างช่องว่างซึ่งเป็น porosity
  • การจัดเรียงของเม็ดดิน: การสะสมของอนุภาคดิน (เช่น พวกซิลิกา, แคลเซียม, หรือ อลูมิเนียม) และการจัดเรียงของอนุภาคเหล่านั้นมีผลต่อช่องว่างที่เกิดขึ้นในดิน ขึ้นอยู่กับขนาดของอนุภาคและการบีบอัดของพวกมัน
  • กิจกรรมทางชีวภาพ: การทำงานของสิ่งมีชีวิตในดิน (เช่น รากพืช, หนอน, หรือจุลินทรีย์) สามารถสร้างช่องว่างและส่งผลต่อ porosity โดยการเจาะหรือขยายช่องว่างในดิน
ขั้นตอนการลดลงควบคุมของความพรุน
  • การบีบอัดของดิน เมื่อดินถูกบีบอัด เช่นจากการเดินหรือการทำงานของเครื่องจักรในพื้นที่เกษตรกรรม หรือการก่อสร้าง จะทำให้ช่องว่างในดินหดตัวและความพรุน ลดลง
    • การเก็บเกี่ยวพืช: การเดินบนดินหรือการใช้เครื่องจักรหนักสามารถทำให้โครงสร้างดินแน่นขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความพรุน ลดลง
  • การเผาดิน เมื่อดินได้รับการเผาในอุณหภูมิสูง โดยเฉพาะในกระบวนการทำเซรามิกส์หรือวัสดุก่อสร้าง จะทำให้เม็ดดินละลายและอาจทำให้ช่องว่างบางส่วนปิดตัวลง ซึ่งส่งผลให้ porosity ลดลง
  • การสูญเสียความชื้น ในกระบวนการทำเซรามิกส์ หรือดินที่แห้งในธรรมชาติ การหดตัวของดินเมื่อสูญเสียความชื้นอาจทำให้ช่องว่างในดินหดตัวและทำให้ porosity ลดลง
  • การเพิ่มความหนาแน่น เมื่อมีการสะสมของดินหรือวัสดุอื่นๆ ที่ทำให้ความหนาแน่นของดินสูงขึ้น ช่องว่างในดินจะหดตัว ทำให้ porosity ลดลง
  • การเติมสารเติมแต่ง การผสมสารเติมแต่งต่างๆ เช่น ดินเหนียวหรือวัสดุแร่ธาตุที่มีความหนาแน่นสูง อาจทำให้ ความพรุน ลดลงโดยการทำให้ดินมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น
สรุปการเกิดและลดลง การตรวจเช็ค
  • การเกิด: เกิดจากการจัดเรียงเม็ดดิน การสะสมของแร่ธาตุจากหิน หรือกิจกรรมทางชีวภาพที่สร้างช่องว่าง
  • การลดลง: เกิดจากการบีบอัดดิน, การสูญเสียความชื้น, การเผาดิน, หรือการเพิ่มความหนาแน่นในดิน
  • การตรวจเช็ค เช้คจากการอิ่มตัวของการดูน้ำ น้ำนักก่อนแช่น้ำ และลังแช่น้้ำ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.