–นิยามความหมาย การตกตะกอนของเคลือบ
การตกตะกอนของเคลือบ คือ เนื้อ และ น้ำเคลือบ แยกออกจากกัน อย่างชัดเจน ซึ้งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาปล่าว เป็นชั้น สองถึงสามชั้น ตามระยะเวลาการทิ้งไว้ หลังจากไม่มีการใชั้งานเป็นระยะเวลานาน ดังนี้
1.ชั้นแรก น้ำเคลือบ มีความข้นน้อยสุด มักมีสีใส เพราะเป็นน้ำ อยู่ด้านบนสุด ยิิ่งไม่มีการใช้งานนานเท่าไรยิ่งใสมากขึ้น
2.ชั้นที่สอง น้ำเคลือบ+เนื้อเคลือบ เป็นชั้นที่ถัดลงมามีทั้ง น้ำเคลือบ และเนื้อเคลือบ ผสมกัน มีความข้นเล็กน้อย
3.ชั้นที่สาม เนื้อเคลือบตกตะกอน เป็นชั้นที่มีความข้นไปถึงแข็งคล้ายแป้งมักหนาขึ้นเรือยๆ เพราชั้นที่ สองตกตะกอน
โดยทั้งสามชั้น ควรผสมกัน ให้สม่ำเสมอ ก่อนการใช้งาน ทุกครั้ง หากไม่ผสมกันอย่างละเอียดจะเป็นสาเหตุของปัญหา เคลือบต่างๆตามาได้

-ปัญหาที่เกิดจากการตกตะกอน
1.ปัญหาเคลือบครอริ้ง ตามมด เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และความรุนแรงของตำหนิขึ้นอยู่กับเคลือบว่าข้นมากแค่ไหน มักเกิดจากเคลือบมีน้ำน้อยตะกอนเยอะ
วิธีแก้ไข :เติ่มน้ำและวัดความถ่วงจำเพาะใหม่ กวนให้เคลือบเข้ากันบ่อยครั้ง
2.ปัญหา ขอบจาง มักเกิดจากน้ำมีปริมารมาก ตกตะกอนสูง ขับดินจะโพลจากจาน
วิธีแก้ไข :ลดน้ำและวัดความถ่วงจำเพาะใหม่ กวนตะกอนด้านล่างบ่อยขึ้น
3.ปัญหาสีต่างกัน ชุบในเวลาต่างกัน เคลือบไม่สม่ำเสมอกันมากจนสังเกตได้ เกิดจากการตกตะกอนของเคลือบที่เร็วมากจนเกินไป
วิธีแก้ไข :เติ่มสารละลายโซเดียมและกาว CMC


-วิธีการป้องกันเคลือบตกตะกอน
1.การปั่นให้เคลือบแตกตัวก่อนใช้งานเป็นระยะเวลานานขึ้น
2.การวัดความถ่วงจำเพาะก่อนใช้เคลือบ ทุกครั้ง หากไม่ใช้เป้นเวลา 1 วัน ป้องการปัญหาจากเคลือบ
3.การกวนอย่างสม่ำเสมอเมื่อระหว่างใช้งาน
4.การเลือกสูตรเคลือบที่ไม่มีสารจำนวน ฟริต ศิลาดล ในอัตราส่วนที่มาจนเกินไปเพราะสารเหล่านี้ตะตะกอนสูง หรือควรเติ่มสารที่ช่วยลงไปในเคลือบด้วยเช่น กาว CMC โซเดียม
5.การชุบทดลองชิ้นงานก่อนการชุบชิ้นงานจริงป้องกันเคลือบบางจนเกินไป
6.ไม่ควรทิ้งเคลือบไว้กลางแจ้ง แดดจัด เพราะเคลือบบางชนิดเสียหาจากการเก็บรักษาที่นาน และตกตะกอนจนนำกลับมาใช้ใหม่ยาก
