Amazon AWD หรือชื่อเต็มว่า Amazon Warehousing and Distribution คือบริการใหม่จาก Amazon ที่เปิดให้ผู้ขายสามารถส่งสินค้าเข้าคลังกลางของ Amazon ในปริมาณมาก เพื่อให้ Amazon จัดการเรื่องการเก็บรักษาและกระจายสินค้าไปยังคลัง FBA ทั่วสหรัฐอเมริกาให้โดยอัตโนมัติ
บริการนี้เหมาะมากสำหรับผู้ขายที่มีสินค้าจำนวนมาก สินค้าหมุนช้า หรือสินค้า Seasonal ที่ต้องการพื้นที่เก็บสินค้าในราคาประหยัด และช่วยลดต้นทุนค่าจัดเก็บในคลัง FBA ปกติ
จุดเด่นของ Amazon AWD
- ✨ ค่าจัดเก็บถูกลง: ถูกกว่าคลัง FBA โดยเฉพาะสินค้าระยะยาว
- 📦 เก็บสินค้าปริมาณมาก: ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ
- ♻️ กระจายสินค้าอัตโนมัติ: โอนเข้าสู่ FBA ตามการขายหรือการตั้งค่า
- ⚡️ ช่วยลดภาระบริหารคลังสินค้า
วิธีติดตั้งและใช้งาน Amazon AWD
✅ 1. ตรวจสอบคุณสมบัติ
- ต้องเป็นผู้ขายที่ใช้ Fulfillment by Amazon (FBA)
- บัญชีต้องอยู่ใน Amazon Seller Central (USA)
✅ 2. ลงทะเบียนใช้งาน AWD
- เข้าสู่ระบบ Seller Central
- ไปที่เมนู Inventory > Warehousing & Distribution (AWD)
- คลิก “Get Started” หรือ “Enroll” และทำตามขั้นตอนในระบบ
✅ 3. สร้าง Shipment เข้าคลัง AWD
- สร้าง shipment ตามปกติในระบบ FBA
- เลือกปลายทางเป็น คลัง AWD แทน FBA
- เตรียมสินค้า แพ็ค ติดฉลากให้เรียบร้อย แล้วส่งเข้าไปยังคลังรับของของ Amazon
✅ 4. ตั้งค่าการกระจายสินค้า (Auto Restock)
- เข้าเมนู AWD Dashboard > Settings
- ตั้งค่าว่าให้ระบบโอนสินค้าไป FBA โดยอัตโนมัติเมื่อสินค้าคงเหลือใกล้หมด หรือเลือกโอนเองแบบ Manual
✅ 5. ตรวจสอบสต๊อกและค่าธรรมเนียม
- ตรวจสอบสถานะสินค้าในคลัง AWD ได้จาก Dashboard
- ตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดผ่าน Fulfillment Reports
วิธีเปิดสิทธิ์ที่ต้องเปิดสำหรับการใช้งาน AWD

1.ไปที่ Seller Central > Settings > User Permissions
2.เลือกหรือเพิ่มผู้ใช้งานใหม่
3.หลังยืนยันอีเมลแล้ว → คลิก Manage Permissions
4.เลือกให้สิทธิ์เฉพาะหมวด Inventory, Fulfillment Settings, Reports ตามระดับที่ต้องการ

4.1 ตั้งค่าให้เป็น Edit เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการแทนได้
สรุป
Amazon AWD คือทางเลือกใหม่สำหรับผู้ขายที่ต้องการลดต้นทุนในการจัดเก็บสินค้า และให้ Amazon ช่วยจัดการเรื่องคลังและการกระจายสินค้าไปยังลูกค้าแทนคุณ เหมาะกับผู้ขายที่วางแผนระยะยาว และต้องการโฟกัสที่การตลาดและการขายมากกว่าการบริหารคลัง
