U.S. Import Tariffs 2025: ทำความเข้าใจภาษีนำเข้าเพิ่มเติม

ในปี 2025 สหรัฐอเมริกาได้ปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าใหม่ภายใต้กรอบ Reciprocal Tariffs และ Section 301 Tariffs ซึ่งส่งผลให้สินค้านำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ถูกจัดเก็บ ภาษีนำเข้าเพิ่มเติม (Additional Tariffs) ในสามระดับ ได้แก่ 10%, 19%, และ 50% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและหมวด HS Code ที่เกี่ยวข้อง


1) Additional Tariff 10% — 9903.01.xx

ภาษี 10% เป็นอัตราที่ถูกใช้กับ สินค้านำเข้าทั่วไปที่ไม่ใช่เหล็ก–สเตนเลส และไม่ได้รับการยกเว้นตามรายการเฉพาะของ U.S. Customs and Border Protection (CBP)

กลุ่มสินค้าที่เข้าข่ายอัตรา 10% ได้แก่

• Ceramic Goods (HS 69xx)

เช่น จาน ชาม แจกัน และของตกแต่งบ้านจากเซรามิก
(รวมถึงงานฝีมือจากผู้ผลิตไทยจำนวนมาก)

• Plastic Products (HS 39xx)

บรรจุภัณฑ์พลาสติก กล่อง ฟิล์ม ถังพลาสติก และชิ้นส่วนพลาสติกในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

• Rubber Products (HS 40xx)

ยางโอริง อะไหล่ยาง และชิ้นส่วนยางอื่น ๆ

• Electrical & Electronic Components (HS 85xx)

เช่น PCB, power supply, switches, adapters, sensors

• Non-Metal Furniture (HS 94xx)

เฟอร์นิเจอร์ไม้ พลาสติก หวายสังเคราะห์

• Chemical Products (HS 28–38)

• Paper & Packaging (HS 48–49)

บรรจุภัณฑ์กระดาษ ป้ายฉลาก และงานพิมพ์

• Home Decor (Non-Metal)

สินค้าวัสดุแก้ว ไม้ ผ้า เรซิ่น และของตกแต่งทั่วไป

👉 สรุป: สินค้าส่วนใหญ่ที่ “ไม่ใช่โลหะ” มักถูกจัดเก็บ Additional Duty 10%


2) Additional Tariff 19% — 9903.02.61

อัตรา 19% เป็นภาษีแบบ Country-Specific Tariff ที่ CBP กำหนดเฉพาะกับสินค้าในบางรายการจากประเทศไทย
หมวดนี้ไม่ได้มีจำนวนมาก แต่เป็นกลุ่มที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากเป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่มีราคาสูง

กลุ่มสินค้าที่เข้าข่ายอัตรา 19% ได้แก่

• Bearings (HS 8482, 8483)

  • Ball bearings
  • Roller bearings
  • Needle bearings
  • Housings และ parts ของ bearings

• Mechanical Components (เฉพาะรายการกำหนดใน CBP)

โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับ

  • ระบบหมุน (rotary components)
  • ระบบเคลื่อนที่ (motion systems)
  • Precision metal parts

👉 สรุป: Additional Duty 19% พบในกลุ่ม bearing และชิ้นส่วนกลไกบางประเภท เท่านั้น แต่กระทบกับต้นทุนต่อหน่วยสูง


3) Additional Tariff 50% — 9903.81.xx

อัตรา 50% เป็นหนึ่งในภาษีที่มีผลกระทบสูงที่สุด ภายใต้ Section 301 Steel Tariffs ซึ่งครอบคลุมสินค้าโลหะและสเตนเลสจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

กลุ่มสินค้าที่เข้าข่ายอัตรา 50% ได้แก่

• Iron & Steel Raw Materials (HS 72xx)

เหล็กรีดร้อน รีดเย็น เหล็กชุบสังกะสี เหล็กกล้า และเหล็กแผ่นทุกรูปแบบ

• Steel Pipes & Tubes (HS 7303–7307)

ท่อไร้ตะเข็บ ท่อเชื่อม และท่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ

• Iron & Steel Structures (HS 7308)

คาน เสา โครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป และนั่งร้าน

• Wire Products (HS 7217, 7312, 7314)

Wire rod, wire mesh และผลิตภัณฑ์ลวดเหล็ก

• Fasteners (HS 7318)

Bolt, screw, nut, rivet และตะปูเหล็ก

• Stainless Steel Kitchenware (HS 7323)

หม้อ กระทะ ถาด ชาม และของใช้ในครัวประเภทสเตนเลส
(รวมถึง 7323.93.0060)

• Miscellaneous Metal Parts (HS 7326)

• Metal Furniture (HS 9403.20 / 9403.10)

โต๊ะเหล็ก ชั้นเหล็ก ตู้เหล็ก และเฟอร์นิเจอร์โลหะทุกชนิด

👉 สรุป: หากสินค้า ทำจากเหล็กหรือสเตนเลส โอกาสสูงมากที่จะถูกจัดเก็บ Additional Duty 50%

ภาพรวมสรุป: Additional Tariffs 10% / 19% / 50%

อัตราภาษีChapter 99กลุ่มสินค้า
10%9903.01.xxสินค้าเซรามิก พลาสติก เคมี ยาง กระดาษ อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ไม้ และสินค้าที่ไม่ใช่โลหะ
19%9903.02.61Bearings และชิ้นส่วนเครื่องจักรบางรายการที่กำหนดเฉพาะ
50%9903.81.xxเหล็ก–สเตนเลส ท่อเหล็ก โครงสร้างเหล็ก fasteners ของใช้สเตนเลส และเฟอร์นิเจอร์โลหะ

อ่าน Blog เพิ่มเติม

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.