ใช้เยื่อกระดาษในกระบวนการหล่อแบบสลิป (เติมกระดาษฉีกลงในดินเหนียว 3%) สำหรับการทดสอบ คือ การผสมเยื่อกระดาษ (Paper Slurry) ลงในน้ำดินหล่อในปริมาณ 3% เป็นเทคนิคที่ช่วยเพิ่ม
– ความแข็งแรงขณะดินแห้ง (Green strength) และ ลดการแตกร้าวของชิ้นงาน เยื่อกระดาษจะสร้างโครงสร้างใยแมงมุมภายในเนื้อดิน ช่วยให้ชิ้นงานมีความเหนียวมากขึ้นและสามารถซ่อมแซมได้ง่ายแม้ดินจะแห้งแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อนำไปเผาใยกระดาษจะไหม้หายไป ทิ้งช่องว่างขนาดเล็กไว้ภายในเนื้อดิน ซึ่งอาจส่งผลต่อความโปร่งแสงหรือความแกร่งของชิ้นงานหลังเผา จึงต้องมีการทดสอบเพื่อหาจุดสมดุลที่เหมาะสม
เทคนิคนี้เป็นการประยุกต์ใช้หลักการของ Paper Clay เข้ากับการหล่อด้วยน้ำดิน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
1. ทำไมต้องเติมกระดาษ 3%?
- ความแข็งแรงสูงขึ้น: ใยกระดาษจะช่วยยึดเกาะเนื้อดินเข้าด้วยกัน ทำให้ชิ้นงานที่หล่อออกมามีความทนทานต่อการแตกหักขณะที่ยังไม่ได้เผา
- ลดการบิดเบี้ยว: ช่วยให้ชิ้นงานคงรูปได้ดีขึ้นในระหว่างการแห้งตัว โดยเฉพาะชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อนหรือแผ่นบาง
- การเชื่อมต่อที่ง่ายขึ้น: คุณสามารถเชื่อมต่อชิ้นส่วนดินที่แห้งแล้วเข้าด้วยกันได้ดีกว่าดินปกติ เพราะใยกระดาษช่วยดึงดูดน้ำดินให้ยึดเกาะได้แน่นขึ้น
2. วิธีการเตรียม
- ทำเยื่อกระดาษ: นำกระดาษ เช่น กระดาษชำระหรือกระดาษถ่ายเอกสารมาปั่นกับน้ำจนกลายเป็นเยื่อละเอียด
- การผสม: ตวงเยื่อกระดาษให้ได้ปริมาณ 3% ของน้ำหนักดินแห้ง แล้วค่อยๆ ผสมลงในน้ำดิน (Slip) โดยใช้เครื่องปั่นผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
- การกรอง: สิ่งสำคัญคือเยื่อกระดาษต้องละเอียดพอที่จะไม่ไปอุดตันปากกาฉีดหรือรบกวนผิวหน้าของแม่พิมพ์ปูนปลาสเตอร์
3. สิ่งที่ต้องระวังในการทดลอง
- ความหนืด : การเติมใยกระดาษจะทำให้น้ำดินหนืดขึ้น คุณอาจต้องปรับปริมาณน้ำหรือสารช่วยกระจายตัว สารประเภทซิลลิเกต เพื่อให้เทลงแม่พิมพ์ได้ง่าย
- การเน่าเสีย: เยื่อกระดาษเป็นสารอินทรีย์ หากเก็บไว้นานอาจเกิดเชื้อราหรือมีกลิ่นเหม็น ควรผสมในปริมาณที่พอใช้หรือเติมสารกันเสีย หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ เล็กน้อย
- ผลหลังการเผา: เมื่อเผาที่อุณหภูมิสูง กระดาษจะไหม้หายไป ทำให้ดินมีรูพรุนมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ชิ้นงานไม่กันน้ำหากเคลือบไม่หนาพอ หรือ ลดความโปร่งแสงในงานพอร์ซเลน
4. ขั้นตอนการทดสอบ
1.เผาที่อุณหภูมิต่างๆ เพื่อดูความแกร่งและการซึมน้ำ
2.หล่อชิ้นงานทดสอบ ( ด้วยน้ำดินปกติเทียบกับน้ำดินผสมกระดาษ 3%
3.สังเกตระยะเวลาในการดูดน้ำของแม่พิมพ์
4.ตรวจสอบความยากง่ายในการแกะออกจากแม่พิมพ์
5.วัดการหดตัว และความแข็งแรงหลังแห้ง
สูตรการคำนวณ
1. หาปริมาณเนื้อดินแห้งในน้ำดิน (ถ้าคุณทราบความหนาแน่น):
สมมติว่าคุณใช้น้ำดิน 1,000 กรัม (1 กิโลกรัม) และน้ำดินนั้นมีเนื้อดินอยู่ประมาณ 70% (เนื้อดินแห้ง 700 กรัม)
2. คำนวณน้ำหนักกระดาษที่ต้องใช้ (3%):
น้ำหนักเนื้อดินแห้ง x 0.03 = น้ำหนักกระดาษแห้งที่ต้องใช้
ตัวอย่างตารางการคำนวณ (กรณีใช้น้ำดินรวมน้ำหนัก 1 กิโลกรัม):
| น้ำหนักน้ำดินรวม (กรัม) | ประมาณการเนื้อดินแห้ง (กรัม) | น้ำหนักกระดาษแห้งที่ต้องใช้ (กรัม) |
| 500 กรัม | ~350 กรัม | 10.5 กรัม |
| 1,000 กรัม (1 กก.) | ~700 กรัม | 21.0 กรัม |
| 2,000 กรัม (2 กก.) | ~1,400 กรัม | 42.0 กรัม |
| 5,000 กรัม (5 กก.) | ~3,500 กรัม | 105.0 กรัม |



