Platform E-Commerce

Platform E-commerce

ในปัจจุบันนี้การซื้อขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือ E-commerce นั้นมีมากมายหลายประเภทให้เราสามารถเลือกใช้งานได้ หลายๆระบบถูกคิดค้นและออกแบบขึ้นเพื่อตอบสนองกับความต้องการลูกค้าที่แตกต่างกัน หากพูดถึงเรื่องการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์นั้นสามารถแบ่งได้เป็นอีกหลายแบบประเภทย่อยๆ มีทั้งการซื้อขายแบบ B2B , B2C, P2P, และ C2P ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ออนไลน์ที่มีลักษณะตามประเภทเหล่านี้เพื่ออธิบายองค์ประกอบสิ่งที่ต้องมี และสิ่งที่แตกต่างกันในแต่ละประเภท

B2B – การซื้อขายระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ สำหรับในแพลตฟอร์มออนไลน์นั้นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ลักษณะการแลกเปลี่ยนระหว่างธุรกิจกับธุรกิจนั้นจะมีปริมาณสินค้าที่แลกเปลี่ยนที่อาจมีปริมาณ ขนาด หรือระยะเวลาในการดำเนินการหรือรวมไปถึงขั้นตอนในการแลกเปลี่ยนที่ซับซ้อนกว่าประเภทอื่นๆ ซึ่งแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีอยู่ในปัจจุบันที่มีและเป็นที่รู้จักเช่น www.thaitrade.com , www.thai.alibaba.com

หากมองเผินๆเว็บไซต์ประเภทนี้จะมีหน้าตาไม่ต่างกับเว็บไซต์ซื้อขายของออนไลน์ตามปกติ แต่จะมีองค์ประกอบที่เพิ่มเข้ามาเช่น บริการเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจ บริการขอใบเสนอราคาจากผู้ขาย บริการจับคู่ระหว่างธุรกิจ บริการขนส่งพิเศษ บริการด้านการเงินและปรึกษาการเงิน เป็นต้น

และหน้าต่างสำหรับรายการสินค้าก็เช่นเดียวกันที่ไม่แตกต่างจากประเภทอื่น แต่จำนวนการสั่งสินค้าบางประเภทอาจขายเป็นล็อต หรือเป็นโหล ที่จะมีจำนวนและราคาที่แตกต่างมากกว่าระบบซื้อขายปกติ

และอีกส่วนหนึ่งที่ต้องมีคือหน้าต่างสำหรับระบุข้อมูลผู้ขายในนามบริษัท ข้อมูลการติดต่อบริษัทที่ต้องมีมากกว่าแพลตฟอร์มธรรมดา และมักจะระบุเงื่อนไขการชำระเงินของบริษัทที่มีรายละเอียดมากกว่าการซื้อขายระหว่างคนธรรมดา นอกไปจากทั้งหมดที่กล่าวมาแพลตฟอร์มสไตล์ B2B นั้นอาจมีองค์ประกอบเพิ่มเติ่มเช่นหน้าสำหรับ Tradeshow, Agency เป็นต้น

B2C – การซื้อขายระหว่างธุรกิจกับบุคคลธรรมดา ซึ่งทุกๆท่านคงรู้จักกันดีอยู่แล้วกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ ยกตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงเลยคือ Shopee, Lazada, Amazon ซึ่งหลักการออกแบบเว็บไซต์เหล่านี้มีองค์ประกอบที่เหมือนกันๆ จะต้องมีการออกแบบ UX,UI ที่สามารถให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ง่ายและดึงดูดให้ใช้งาน

ลูกค้าหรือผู้ชมจะต้องใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ซับซ้อน และปัจจัยสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดในปัจจุบันสำหรับแพลตฟอร์มชนิดนี้คือ ความสะดวกในการชำระเงินและการบริการการขนส่ง ยิ่งง่าย ยิ่งสะดวก ยิ่งใช้เวลาน้อย ลูกค้ายิ่งมีความสนใจมากตามเช่นกัน กลยุทธ์สำหรับแพลตฟอร์มเหล่านี้ที่ใช้ในการแข่งขันปัจจุบันมักถูกปรับเปลี่ยนมาให้ความสำคัญด้านการขนส่งมากยิ่งขึ้น

ร้านค้าสำหรับแพลตฟอร์ประเภท B2C นั้นมีจำนวนคู่แข่งที่มากกว่า B2B จึงทำให้เกิดการแข่งขันที่สูง คุณมักจะเห็น Promotion พิเศษจากทางเว็บไซต์ที่ผู้ขายจะต้องแบ่ง % ส่วนลดให้กับลูกค้า และมักเห็นในลักษณะของแคมเปญบ่อยมากกว่าระบบ B2B

สำหรับในหน้าต่างด้านข้อมูลรายการสินค้านั้นจะมีส่วนที่ต่างจากระบบ B2B คือจำนวน ปริมาณสินค้า และการชำระเงินที่สามารถทำได้ง่ายกว่า สะดวกกว่าและที่จะขาดไม่ได้สำหรับระบบที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ B2C คือระบบการรีวิวสินค้าจากลูกค้า ที่จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้านั้นๆมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับในระบบ B2B นั้นอาจเป็นการแสดงเพียงชื่อคู่ค้าที่เคยแลกเปลี่ยนค้าขายกับธุรกิจนั้นๆแทน

P2P – การซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคลธรรมดา ซึ่งระบบเว็บไซต์ประเภทนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้ 2 ฝ่าย คอยอำนวยความสะดวกให้ และให้พื้นที่ในการติดต่อซื้อขายระหว่างผู้ใช้ ซึ่งผู้ใช้สามารถลงรายละเอียดสินค้าที่ต้องการขายภายในระบบและรอให้ผู้ที่ต้องการซื้อมาซื้อ ซึ่งระบบที่ออกแบบให้รองรับการแลกเปลี่ยนซื้อขายประเภทนี้มักพบเห็นในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต่างประเทศ, Bitcoin หรือ Cryptocurrency  หรือการซื้อขายของมือสองโดยส่วนมาก ยกตัวอย่างเช่น Binance.com, Kaidee.com

ซึ่งแพลตฟอร์มประเภทนี้จะต้องมุ่งเน้นหน้าตาเว็บไซต์ให้มีพื้นที่สำหรับผู้ใช้งานสามารถลงรายละเอียดสินค้าที่ต้างการขาย หรือสินค้าที่ต้องการซื้อ เป็นลักษณะของการประกาศขายและประกาศตามหาสิ่งของที่ต้องการมากกว่า

เว็บไซต์จะต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการติดต่อระหว่างผู้ใช้ทั้งสองฝ่าย และเป็นเหมือนผู้รับรองความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อและผู้ขายโดยมีข้อมูลเหล่านั้นอยู่หลังบ้าน นอกไปจากนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดอาจต้องมีช่องทางในการชำระเงินให้กับผู้ใช้ด้วยเช่นกัน

สำหรับในหน้าต่างรายการสินค้าอาจจะไม่แตกต่างจากเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ แต่สำหรับเว็บไซต์ประเภทนี้จะมีจำนวนผู้ใช้ทั้งทั้งสองฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย

C2B – การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างบุคคลกับบริษัท เป็นประเภทที่พบเห็นได้น้อยที่สุดแต่มักเป็นแพลตฟอร์มที่นิยมมากในการค้าขายภาพถ่าย งานออกแบบ สื่อโฆษณามากกว่าสินค้าทั่วไป เป็นลักษณะของการขายไอเดียมากกว่า นักออกแบบหรือบุคคลธรรมดาสามารถสร้างโปรไฟล์รวบรวมผลงานเพื่อให้ธรุกิจหรือบริษัทต่างๆเข้ามาซ้อไอเดียหรือจ้างงานได้ ซึ่งตัวอย่างเว็บไซต์ประเภทนี่ที่เป็นที่นิยมคือ IStockphoto, Pixabay และ Behance เป็นต้น

องค์ประกอบหลายๆอย่างจะเหมือนกับเว็บไซต์แลกเปลี่ยนประเภทอื่นๆแต่จะแตกต่างตรงที่หน้า UI ในรายการสินค้าที่ถูกออกแบบมาให้เห็นเพียงตัวอย่างงานที่ลูกค้าจะได้รับ เป็นเหมือนลักษณะของ Portfolio บางรายการสินค้าสามารถติดต่อเพื่อซื้อขายได้แต่บางประเภทสินค้าก็เป็นเพียงการขายไอเดียให้ธุรกิจที่สนใตสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีไว้แลกเปลี่ยน หรือซื้อขายสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันแยกตามประเภทการซื้อขาย ซึ่งจริงๆแล้วมีอีกมากมายหลายเว็บไซต์ที่น่าสนใจและได้รับความนิยม ซึ่งการออกแบบ ลักษณะการใช้งานนั้นจะต้องคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก เว็บไซต์ต้องออกแบบมาให้เหมาะสมกับประเภของผู้ใชงานเหล่านั้น

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.