Mesopotamian pottery

เมโสโปเตเมีย คิดว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกับ ชื่อนี้มาบ้าง เพราะในประวัติศาสตร์ดลกที่เราเคยเรียนมาเรามักจะได้ยินชื่อนี้มาไม่มากก็น้อย แต่ก่อนที่จะไปรุ้จักกับเครื่องปั้นดินเผาเมโสโปเตเมีย อาจจะต้องไปรุ้จักเพิ่มเติมก่อนว่าจริงแล้ว อารยธรรมนี้มีที่มาอย่างไรและอะไรที่ส่งผลไปถุงเครื่องปั้นดินเผาของเมโสโปเตเมีย

” ความมหมายของชื่อ ที่มาข้อมูล ของเมโสโปเตเมีย “

เมโสโปเตเมีย  เป็นคำกรีกโบราณ ตามรูปศัพท์แปลว่า “ที่ระหว่างแม่น้ำ” (meso = กลาง + potamia = แม่น้ำ) โดยมีนัยหมายถึง “ดินแดนระหว่างแม่น้ำแม่น้ำไทกริสกับยูเฟรทีส” เมโสโปเตเมียเป็นภูมิภาคที่มีชาวสุเมเรียน ชาวอัคคาเดียน ชาวอัสซีเรีย และชาวบาบิโลน และดำรงอยู่ตั้งแต่เริ่มเขียนประวัติศาสตร์ใน 3100 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงเมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชโค่นล้มมันใน 332 ปีก่อนคริสตกาล

เมโสโปเตเมียเป็นแหล่งอารยธรรมที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง (ปัจจุบันคือดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศอิรัก) ระหว่างสองฝั่งแม่น้ำทั้งสองสายเป็นพื้นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ทำให้กลุ่มชนชาติต่างๆเข้ามาทำมาหากินและสร้างอารยธรรมขึ้น รวมทั้งถ่ายทอดอารยธรรมจากกลุ่มหนึ่งสู่กลุ่มหนึ่ง ทำให้เกิดอารยธรรมแบบผสม ชาวเมโสโปเตเมียจึงค่อยข้างที่จะมีอารยธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ หรือมีงานศิลปะ มากมายเช่น สถาปัตยกรรมต่างๆบ้านอาคารสวนลอย คือสวนลอบบาบิโลน การออกแบบ การแต่งกาย งานศิลปะภาพวาด การประดิษฐ์อักษรคือ คูนิฟอร์ม รวมเครื่องปั้นดินเผาทั้งที่ใช้ประดับและใช้ในชีวิตประจำวัน

“เครื่องปั้นดินเผา เมโสโปเตเมีย “

จากหลังฐานที่รวมรวมมาและมีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์ ซึ้งหลายมีข้อมุลที่ค่อยข้างมากและมีทีมาที่หลากหลายแต่สสรุปได้ว่าเครื่องปั้นดินเผา จะแบ่งออกเป็น2ยุคใหญ่ๆ ได้แก่ ยุกแรค ของคืออักษณ์ คูนิฟอร์ม

“อักษรรูปลิ่ม หรือ คูนิฟอร์ม”

ลักษณะของเครื่องปั้นดินเผาและรูปแบบของเครื่องปั้นดินเผาเป็นตัวกำหนดว่ามาจากช่วงเวลาใด เครื่องปั้นดินเผารุ่นก่อนๆ บางชิ้นเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีรอยบากอยู่ และเปราะบาง ตัวอักษรแรกเริ่มของโลกก็คือ อักษรรูปลิ่ม หรือ คูนิฟอร์ม (Cuniform) เป็นระบบการเขียนที่หลากหลาย เป็นได้ทั้ง อักษรพยางค์ อักษรคำ และอักษรที่มีระบบสระ – พยัญชนะ คำว่า “cuneiform”นั้นมาจากภาษาละตินคำว่า “cuneus” ที่แปลว่า ลิ่ม ดังนั้นอักษรรูปลิ่มจึงรวมอักษรที่มีรูปร่างคล้ายลิ่มทั้งหมดไว้ด้วยกัน

อักษรลิ่ม เริ่มแรกนั้นถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยชาวสุเมอเรียน เชื่อว่าเขียนขึ้นด้วยก้านอ้อหรือไม้ที่ตัดปลายเป็นเหลี่ยม แล้วกดลงไปบนแผ่นดินเหนียวที่อ่อนตัว จากนั้นก็นำไปเผาหรือตากแดดให้แห้ง แผ่นดินเหนียวจะมีขนาดยาวประมาณ 6 นิ้ว กว้างประมาณ 3 นิ้ว หนาประมาณ 1 นิ้ว ส่วนวิธีการรักษาให้อยู่ได้นานๆ นั้น บางครั้งเมื่อเผาหรือตากแดดจนแห้งแล้วจะหุ้มด้วยดินเหนียวบางๆ อีกชั้น แล้วเขียนทับลงไปใหม่นำไปเผาซ้ำอีกครั้ง เผื่อว่าอักษรด้านนอกลบเลือนหรือกะเทาะแตก ส่วนที่อยู่ด้านก็ในยังเหลือ

ยุคที่2เครื่องปั้นดินเผาเขียนลายบนดินและสีเคลือบ

เครื่องปั้นดินเผารุ่นหลังๆ ที่เคลือบด้วยอัลคาไลน์อยู่มาก แม้ว่าเครื่องปั้นดินเผาทั้งหมดจะมาจากเมโสโปเตเมียโบราณ แต่พื้นที่ที่นำมายังแสดงรูปแบบที่หลากหลาย บางตัวมีสีที่แตกต่างจากสีอื่นในขณะที่บางสีไม่มี จนถึงตอนนี้ นักโบราณคดีเครื่องปั้นดินเผาที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบคือตั้งแต่ 7000 ปีก่อนปีก่อนคริสตกาล

เครื่องปั้นดินเผาที่เก่าแก่ที่สุดถัดไปที่จะพบคือเครื่องปั้นดินเผาสมัยนี้ซึ่งทำมาจากดินเหนียวสีเข้มและมักมีโทนสีเขียวหรือน้ำตาล พวกเขายังใช้ล้อทำหม้อให้มีขอบกว้าง หลังจากที่ Ubaid เป็น Uruk พวกเขาเป็นคนแรกที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาด้วยล้อและใช้น้ำมันซีดาร์และบดเม็ดสีเป็นสี ใน 3200 ปีก่อนคริสตกาลเป็นยุค Jemdet Nasr เครื่องปั้นดินเผาจากยุคนี้มีสีดำหรือสีแดงเข้มและหนา

“ตัวอย่างชิ้นงาน เครื่องปั้นดินเผาเมโสโปเตเมีย”

-โถเครื่องปั้นดินเผานี้มาจากอลาลกะโบราณที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อเทลอัจฉนา โถแบบนี้ใช้เป็นกุณโฑ เครื่องปั้นดินเผาทาสีประเภทนี้มีมาตั้งแต่ประมาณ 1500 ปีก่อนคริสตกาล และพบได้ทั่วซีเรียตอนเหนือและเมโสโปเตเมียตอนเหนือ ภาชนะแบบนี้ถือว่าหายากและถูกสร้างบนเครื่องปั้นดินเผาด้วยดินเหนียวชั้นดี 

-เครื่องปั้นดินเผานี้มีตั้งแต่ประมาณ 2750 ปีก่อนคริสตกาล – 2500 ปีก่อนคริสตกาล เครื่องปั้นดินเผาประเภทนี้พบได้ในหลายพื้นที่ในภาคเหนือของเมโสโปเตเมียและถือเป็นเรื่องปกติ เครื่องปั้นดินเผาประเภทนี้ยังแบ่งออกเป็นสองประเภทที่แตกต่างกันของเครื่องปั้นดินเผา หนึ่งในนั้นคือการทาสีและอีกอย่างคือมีรอยบาก 

-ภาชนะเครื่องปั้นดินเผานี้ทำขึ้นในสมัยเซลูซิดและพาร์เธียนในเมโสโปเตเมีย รูปแบบของงานชิ้นนี้ได้รับอิทธิพลจากเมโสโปเตเมียและอ่าวเปอร์เซีย สิ่งที่ทำให้เครื่องปั้นดินเผาชิ้นนี้แตกต่างจากชิ้นอื่นคือมีการเคลือบและอยู่รอดได้ดี ประเภทของเคลือบที่ใช้แล้วคือเคลือบอัลคาไลน์ สีที่สามารถทำได้คือ สีฟ้า สีเขียว และสีเหลือง.

-หม้อเครื่องปั้นดินเผาจากเมโสโปเตเมียนี้ทำขึ้นในช่วงต้นยุคสำริดกลาง โดยปกติเครื่องปั้นดินเผาในเมโสโปเตเมียและซีเรียจะธรรมดาและไม่มีการตกแต่งใดๆ เครื่องปั้นดินเผาชิ้นนี้เป็นเครื่องปั้นดินเผาซึ่งเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่ไม่ผ่านการเผาที่อุณหภูมิสูงพอที่จะสามารถเทของเหลวลงไปได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องเคลือบ

-เครื่องปั้นดินเผาชิ้นนี้ทำด้วยมือก่อนที่วงล้อจะถูกประดิษฐ์ขึ้น พวกเขาจะตกแต่งชิ้นงานด้วยการออกแบบทางเรขาคณิตที่ดีในหนึ่งหรือสองสี ลักษณะนี้แผ่ขยายไปทั่วพื้นที่ขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของเมโสโปเตเมียประมาณ 5500 ปีก่อนคริสตกาล เครื่องปั้นดินเผาประเภทนี้ผลิตขึ้นในท้องถิ่นทางตอนเหนือของเมโสโปเตเมีย เช่นเดียวกับการค้าขายเพราะความสวยงาม 

“เครื่องปั้นดินเผา เมโสโปเตเมีย จะเห็นได้ว่าจะเป็นการผสมผสานงานศิลปะที่มีความหลากหลาย เนื่องด้วยกลุ่มคนที่อาศัยที่มีหลายกลุ่มและความอุดมไปด้วยทรัพยกร การค้าขาย การได้รับวัฒณธรรมต่างๆทำให้งานเครื่องปั้นดินเผาของเมโสโปเตมียมีความโดเด่นไม่แพ้อารยธรรมอื่นในยุคเดี่ยวกัน เพราะการใช้ชีวิตและความชื่นชอบต่างๆมักถูกนำมาสร้างงานศิลปะเสมอๆ”

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.