ใน Blog นี้เราจะพูดถึงการทดลองเคลือบที่น่าสนใจ นั้นคือ เคลือบที่มีลักษณะคล้ายลาวาที่เดือด(lava crater glazes) แต่ก่อนที่จะดูเคลือบลาวา จะขอย้อนดูก่อนว่าทำไหม เราจึงต้องมีการทดลองเคลือบ และการทดลองเคลือบมีความสำคัญอย่างไร
-การทดสอบเคลือบในงานเซรามิค
จากข้อมูลหลายๆ Blog ที่เราได้มีการพูดถึงการทดลองเคลือบ การวิจัยเคลือบใหม่ การทำซ้ำๆหลายๆรอบจนได้สุตรที่นิ่ง ก่อนจะขึ้นชิ้นงาน เหล่านี้มักได้ยินช่างเซรามิคพูดอยู่อย่างต่อเนื่อง เหตุผลเพราะ การทำเคลือบ 1 ชนิดในงานเซรามิค จำเป็นต้องผ่านการคิดและการทดลอง บันทึกข้อมูล ปรับสูตร อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะได้สูตรที่ สี พื้นผิว การไหลตัว ที่สามารถใช้ขึ้น ชิ้นงานจริงได้ ซึ้งการทดลองในแต่ละขั้นตอน จะมีรายละเอียดย่อยๆลงไปอีกชั้น เช่น การใช้อัตราส่วน สูตรแบบ 2 ตัว แบบ 3 ตัว หรือมากกว่านั้น ดังนั้นการคิดค้นเคลือบหรือทดลองเคลือบจึงมึก ใช้ระยะเวลานานการการนำเคลือบสำเร็จมาผสมสเตน ยิ่งเป็นเคลือบที่มีเอฟเฟคในตัว เช่น มีการไหลตัว การผสมกันระกว่างเคลือบ จะมีการพัฒนาที่นานเพื่อให้ได้สีที่แปลกใหม่และเป็นที่ต้องการ
– วิธีทำเคลือบลาวาภูเขาไฟ
เคลือบลาวา(lava crater glazes) ภูเขาไฟ เป็นเคลือบที่ทดลองขึ้น เพื่อเพิ่มความโดเด่น สามารถสร้างความสนุกสนานกับชิ้นงาน ไอเดียที่คิดค้นลงในบนชิ้นงานแปลกใหม่ โดยทำให้เกิดฟองอากาศและมีพื้นผิวไม่เรียบเป็นฟอง ในรูปแบบการเผาแบบออกซิเดชัน โดยใช้การวัดส่วนผสมจากละเอียดหาบที่สุด ไปละเอียดมากที่สุด การเติม ซิลิกอน จะทำให้เกิดผลลัพธ์นี้ในเคลือลาวา เนื่องจากซิลิกอนจะผลิตไอระเหย เมื่อถึงอุณหภูมิที่กำหนดเกิดฟองแก็สจำนวนมาก ขึ้นอยู่กับขนาดของซิลิกอนที่เติ่ม
-ส่วนประกอบเคลือบลาวาภูเขาไฟ

-ผลการทดลองที่ได้
-ตัวทดลอง 60 กริท (เบอร์ หยาบที่สุด) ลักษณะฟองจะละเอียด และมีรูเล็ก ไล่ลำดับไปถึง
-ตัวทดลอง 800 กริท (เบอร์ ละเอียดที่สุด) ลักษณะฟองจะใหญ่ และเคลือบจะนูนจากตัวทดลอง

ภาพการทดลองแบบแท่ง
https://www.thestudiomanager.com
-จากการทดลองจะเห็นได้ว่า ความละเอียด ของ ซิลิกอนมีผลต่อ ลักษณะการเกิดฟองอากาส บนเคลือบ ลาวาอย่างมาก นอกจากหลาบ-ละเอียดแล้ว ปัจจัยที่มีผลอีกอย่างคือ คุณภาพของสารแต่ละตัวที่ใช้เติ่ม การเก็บรักษา ของวัตถุดิบแหล่งที่มา การทดลองที่ถูกต้องการจัดเรียงชิ้นงานใน พื้นที่เดียวกัน บนชั้น การเผาแบบออกซิเดชั่น

